ตำรวจไซเบอร์จับผลิตลำกล้องปืนเถื่อนขายออนไลน์ ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ชื่อดัง
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 25 กรกฎาคม ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมืองทองธานี พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผบช.สอท.3 พ.ต.อ.อภิรักษ์ จำปาศรี ผกก.1 บก.สอท.3 แถลงข่าวจับกุม นายอิทธิเทพ อายุ 50 ปี ที่ตั้งฐานผลิตลำกล้องปืนเถื่อนขายออนไลน์ ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ชื่อดัง
พล.ต.ท.ไตรรงค์กล่าวว่า โดยก่อนหน้านี้ได้ระดมตรวจสอบหาข้อมูลเกี่ยวกับคนร้ายที่มีพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายอุปกรณ์ส่วนประกอบอาวุธปืนผิดกฎหมายที่ประกอบขึ้นเอง หรือไทยประดิษฐ์ ผ่านช่องทางออนไลน์

กระทั่งพบว่า มีผู้ใช้บัญชีร้านค้าบนแอพพลิเคชั่นขายของออนไลน์ชื่อดัง ซึ่งมีผู้ติดตามจำนวน 700 คน ได้โพสต์ข้อมูลภาพการขายสินค้าประเภทท่อทองเหลืองอินโด และอื่นๆ อีกจำนวน 22 รายการ โดยการตรวจสอบพบว่าภาพดังกล่าวมีลักษณะคล้ายเป็นลำกล้องของอาวุธปืน ต่อมาจึงสืบสวนข้อมูลไปยังต้นทางของผู้จัดส่งพัสดุ จนทราบว่าเป็นนายอิทธิเทพ จึงรวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดขอนแก่นออกหมายจับ และสืบทราบว่า นายอิทธิเทพพักอาศัยอยู่ในบ้านพักในพื้นที่หมู่ 3 ต.สามพร้าว อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี จึงขออนุมัติหมายค้นจากศาลจังหวัดอุดรธานี

พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์กล่าวว่า วันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์นำกำลังพร้อมหมายค้นเข้าตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว พบนายอิทธิเทพ แสดงตัวเป็นผู้พักอาศัย ตรวจค้นภายในบ้านพักพบของกลางหลายรายการ อาทิ ชิ้นส่วนอุปกรณ์ในการประกอบอาวุธปืนจำนวนมาก, เครื่องเจาะสว่านแท่น, เครื่องกลึง, เครื่องตัดเหล็ก, โทรศัพท์มือถือ, คอมพิวเตอร์ Notebook และสมุดบัญชีธนาคาร

พ.ต.อ.อภิรักษ์กล่าวว่า เบื้องต้นผู้ต้องหายอมรับว่าของกลางทั้งหมดเป็นของตน โดยได้ประกอบอาวุธปืนจำหน่ายทางแพลตฟอร์มออนไลน์จริง จึงได้ดำเนินการตามกฎหมาย ฐาน “มีหรือจำหน่ายซึ่งอาวุธปืนสำหรับการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่ความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา” นำส่งดำเนินคดีตามกฎหมายพร้อมเร่งขยายผลไปยังส่วนที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้จะประสานไปยังแพลตฟอร์มดังกล่าว เพื่อให้ตรวจสอบป้องกันไม่ให้มีการนำสินค้าที่นำมาผลิตเป็นสิ่งผิดกฎหมายอีกต่อไป




