รวบทั้งแม่-ลูก จับหนุ่มโพสต์คลิปส่งขายกลุ่มลับ ใช้แม่เปิดบัญชีรับเงิน สร้างรายได้นับแสน
วันที่ 28 กรกฎาคม พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ป.สั่งการให้ พ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.ปภินวิทย์ อุดมพร สว.กก.1 บก.ป.ร่วมกับ พ.ต.ต.ธีรพงศ์ ตาบัวตูม สว.ส.ทล.5 กก.1 บก.ทล.
ทำการจับกุม น.ส.จรินทร์ อายุ 51 ปี และนายวัชรพงษ์ อายุ 26 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 3809-3810/2568 และ 3810/2568 ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2568 ข้อหา “ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะอันลามกฯประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้, เพื่อความประสงค์แห่งการค้า หรือโดยการค้าฯ, ร่วมกันหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา, ร่วมกันเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน” โดยจับกุมผู้ต้องหาที่ 1 ได้ที่ร้านตัดผมภายในชุมชน ต.หนองโสน อ.สามง่าม จ.พิจิตร
ส่วนผู้ต้องหาที่ 2 จับกุมได้ที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งภายใน อ.เมืองนครราชสีมา

ทั้งนี้ ทราบว่า เมื่อปี 2563 ขณะที่นายบี (นามสมมุติ) ผู้เสียหาย ได้เล่นสื่อสังคมออนไลน์ พบบัญชีผู้ใช้งานทวิตเตอร์ (twitter) หรือ X ไม่ระบุตัวตน เปิดเป็นสาธารณะบุคคลทั่วไปเข้าถึงได้ เมื่อกดเข้าไปดูพบภาพอนาจารและคลิปอนาจารของตนเอง และของผู้เสียหายรายอื่นอีกหลายราย ถูกนำมาเสนอขาย พร้อมระบุหมายเลขบัญชีและชื่อบัญชีให้ชำระเงิน ก่อนจะเข้าไปดูฉบับเต็ม นายบีจึงเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดี
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของบัญชีของผู้ต้องสงสัย จนพบว่าเป็นบัญชีของ น.ส.จรินทร์ ที่ถูกสั่งการโดยลูกชายคือนายวัชรพงษ์ ที่ใช้ให้ไปเปิดบัญชีเพื่อรองรับรายได้จากการขายภาพอนาจารและคลิปอนาจารดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงร้องขอต่อศาล เพื่อขอออกหมายและตามจับกุมตัวไว้ได้ดังกล่าว
สอบสวนนายวัชรพงษ์ให้การรับสารภาพ ว่าช่วงเวลาเกิดเหตุตนนั้นท่องเที่ยวอยู่ในต่างประเทศ จึงขอให้แม่ช่วยไปเปิดบัญชีธนาคาร พร้อมแอพพลิเคชั่นธนาคาร เพื่อคอยรอรับเงินจากสมาชิกกลุ่มลับ ที่ตนเปิดขายภาพและคลิปอนาจารซึ่งไปหาเอามาจากเว็บใต้ดินต่างๆ เมื่อสมาชิกซื้อครบ 10 คลิป ก็จะแถมให้ 2 คลิป จนมีรายได้นับแสนบาท ซึ่งก็จะเอาเงินไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และออกเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ
ส่วน น.ส.จรินทร์ให้การว่า ตนไม่ทราบมาก่อนว่าบัญชีที่เปิดให้ลูกชายนั้นจะถูกนำไปใช้ในการกระทำผิดกฎหมาย เพียงแต่ลูกชายมาร้องขอให้ช่วยไปเปิดบัญชีธนาคารให้ โดยอ้างว่าจะใช้รับเงินจากการทำธุรกิจออนไลน์เท่านั้น จึงนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองส่ง สน.บางซื่อ ดำเนินคดีต่อไป


