ไต่สวนคดีชั้น 14 นัดสุดท้าย ‘วิษณุ’ ขึ้นเบิกความ ทนายวิญญัติเชื่อ ไม่นานความจริงปรากฏ

30.07.25 | 09:38 น.

ศาลไต่สวนคดีชั้น 14 นัดสุดท้าย เรียก ‘วิษณุ’ ขึ้นเบิกความ ด้านทนายวิญญัติเชื่ออีกไม่นานความจริงทุกอย่างจะปรากฏ

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ที่ศาลฏีกา ถนนราชดำเนินใน ศาลนัดไต่สวนคดีหมายเลขดำที่ บค.1/2568 กรณีตรวจสอบข้อเท็จจริงการบังคับโทษคดีถึงที่สุด นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ 7 โดยก่อนหน้านี้ศาลได้นัดไต่สวนนายมานพ ชมชื่น ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร กลุ่มแพทย์ประจำสถานพยาบาลราชทัณฑ์ 5 ปาก และกลุ่มพัศดีเวรประจำวัน เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ผู้บริหารกรมราชทัณฑ์ แพทย์ของโรงพยาบาลตำรวจ และตัวแทนจากแพทยสภา

โดยวันนี้เป็นการไต่สวนพยานจำเลย 1 ปาก คือ ศ.ดร.วิษณุ เครืองาม ขึ้นเบิกความในเวลา 09.30 น.

ต่อมานายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความส่วนตัวของนายทักษิณ กล่าวว่า การไต่สวนนัดสุดท้ายนั้นไม่หนักใจ และเชื่อว่าศาลจะดูข้อเท็จจริงทั้งหมด แต่สุดท้ายก็อยู่ที่มุมมอง ส่วนตนได้ย้ำกับสังคมหลายครั้งว่าไม่มีใครปรารถนาที่อยากจะเป็นคนป่วย แต่เมื่อเป็นแล้วผู้ที่เกี่ยวข้องกับอาการป่วย ไม่ว่าเป็นแพทย์หรือหน่วยงานใดก็ตาม ที่คุ้มครองดูแลก็ต้องดำเนินการให้ดีที่สุด โดยศาลก็เป็นหน่วยงานหนึ่งที่ต้องให้ความคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ และการเข้าถึงการรักษาพยาบาล เชื่อว่าอีกไม่นานก็จะได้รู้ความจริงหลังจากศาลไต่สวน และก็จะทำให้เกิดความชัดเจนในเรื่องที่หลายคนนั้นสงสัย

Advertisement

เมื่อถามว่า มีอะไรที่เป็นน้ำหนักมากพอให้กับนายทักษิณชนะคดีหรือไม่ นายวิญญัติกล่าวว่า มองว่าไม่ใช่เรื่องการชนะคดีหรือไม่ แต่มองเรื่องที่จะทำให้ประเด็นนี้มีความชัดเจนมากขึ้นมากกว่าคือเรื่องอาการป่วยของนายทักษิณ ส่วนจะเป็นหลักฐานส่วนใดนั้น ไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าศาลให้น้ำหนักเกี่ยวกับเรื่องอะไรบ้าง ซึ่งศาลก็ทำหน้าที่ในส่วนของตัวเองคือการทำให้ความจริงทุกอย่างของเรื่องนี้ปรากฏออกมา ส่วนเรื่องที่บางกลุ่มออกมาตั้งข้อสังเกต จับผิด เกี่ยวกับเรื่องนี้ตนไม่หนักใจอะไร เพราะประเทศไทยเป็นสังคมประชาธิปไตย ย่อมแสดงความคิดเห็นต่างกันได้อยู่แล้ว

นายวิญญัติกล่าวว่า ศ.ดร.วิษณุถือเป็นพยานปากสำคัญ ซึ่งจะช่วยให้ความชัดเจนในหลายเรื่อง เพราะในขณะนั้น ศ.ดร.วิษณุเป็นรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จึงรู้ข้อเท็จจริงกระบวนการทุกขั้นตอน จึงเข้าไปกราบเรียนขอความกรุณาว่ามีสิ่งใดที่จะเข้ามาให้ข้อเท็จจริงกับศาลได้หรือไม่ เนื่องจากพยานฝ่ายจำเลยที่มีการยื่นกับศาลไปเป็นพยานที่ศาลเรียกมาไต่สวนแล้ว แต่ ศ.ดร.วิษณุศาลไม่ได้เรียกมาไต่สวน ซึ่งภายหลังการพูดคุย ศ.ดร.วิษณุก็เมตตาจมาเป็นพยานให้