กสทช. บุกค้น ‘บริษัทสิงคโปร์’ เมืองปากน้ำ ยึดโดรน-อุปกรณ์ตัดสัญญาณ กว่า 200 ชิ้น

6.08.25 | 10:42 น.

กสทช. บุกค้น ‘บริษัทสิงคโปร์’ เมืองปากน้ำ ยึดโดรน-อุปกรณ์ตัดสัญญาณ กว่า 200 ชิ้น เร่งประสานกรมศุลกากร ตรวจสอบความถูกต้อง

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม มีรายงานว่า ตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)เข้าตรวจค้น บริษัทในพื้นที่ อ.เมืองสมุทรปราการ

โดยมี นายกฤษนันท์ (สงวนนามสกุล) กรรมการผู้จัดการบริษัทดังกล่าวนำตรวจค้นพร้อมยึดโดรน จำนวน 29 รายการ ,กระเป๋าตรวจจับสัญญาณ จำนวน 38 รายการ, ปืนรบกวนสัญญาณ จำนวน 129 กระบอก, เครื่องรบกวนสัญญาณ จำนวน 16 รายการ, รถตู้สำหรับตรวจจับและรบกวนสัญญาณ จำนวน 1 คันและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ อีก 50 รายการ โดยยึดได้เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ที่ผ่านมา จากนั้นได้นำตัว นายกฤษนันท์ มาสอบสวนถึงที่มาที่ไปของโดรนและอุปกรณ์ดังกล่าวอย่างละเอียดอีกครั้ง

สำหรับบริษัทดังกล่าว ตำรวจให้ข้อมูลว่า มีเจ้าของโรงงานเป็นคนสัญชาติสิงคโปร์ และมีกรรมการเป็นชาวไทยร่วมด้วย ประกอบกิจการผลิตอุปกรณ์ และอากาศยานไร้คนขับโดรน

นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเจ้าของบริษัทเป็นคนสัญชาติสิงคโปร์ และยังอยู่ในต่างประเทศ จึงมีการตรวจสอบผู้ดูแลบริษัทซึ่งเป็นคนไทยก่อนในเบื้องต้น โดยของกลางแต่ละชิ้นจะต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เนื่องจากอุปกรณ์บางส่วนบริษัทมีการประกอบเอง และบางส่วนมีการนำเข้า

สำหรับฐานความผิดผู้ใดกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนตามมาตรา 6 แห่ง พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 ซึ่งห้ามมิให้ผู้ใดทำ มี ใช้ นำเข้า นำออก หรือค้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ต้องได้รับโทษตามมาตรา 23 แห่ง พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือทั้งปรับทั้งจำ

Advertisement

“สถานการณ์ขณะนี้มีความอ่อนไหว พวกเรา สำนักงาน กสทช. พร้อมสนับสนุนภารกิจหน่วยงานความมั่นคงในทุกด้านเพื่อประโยชน์ความมั่นคงของชาติ ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากช่องทางสื่อสารทางการ เพราะบางเรื่องอาจมีผลต่อฝ่ายตรงข้ามจากการเผยแพร่ข่าวอย่างรวดเร็วในเรื่องยุทโธปกรณ์ต่างๆ” นายไตรรัตน์ กล่าว