ตำรวจไซเบอร์ ปูพรม 3 จุดย่านธัญบุรี-ปทุม บุกค้นร้านนักเลงมือถือ ปล่อยกู้นอกระบบดอกโหด ใช้มือถือเป็นหลักทรัพย์ติดตั้งโปรแกรมควบคุมสั่งการ หากผ่อนไม่ไหว-ผิดนัดชำระเครื่องล็อก ผงะลูกค้ากว่า 5 พันรายทั่วประเทศเงินหมุนเวียนราว 5 ล้านบาทต่อเดือน
เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. พล.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผบก.สอท.2 พ.ต.อ.ทิวา โสภาเจริญ พ.ต.อ.ชัยรัตน์ วรุณโณ รองผบก.สอท.2 พ.ต.อ.วิศรุตม์ จันทร์สุวรรณ ผกก.1 บก.สอท.2 พ.ต.ท.โรจน์ศักดิ์ นัยผ่องศรี รองผกก.1 บก.สอท.2 นำกำลังปิดล้อมตรวจค้น 3 จุดในพื้นที่อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี หลังสืบทราบว่ามีพฤติกรรมปล่อยกู้เงินเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด โดยใช้วิธีการตั้งโปรแกรมควบคุมสั่งการผ่านมือถือ

จุดที่น่าสนใจเป็นการตรวจค้นอาคารพาณิชย์สามชั้น ซึ่งเป็นที่ตั้งของร้านนักเลงมือถือ สำนักงานใหญ่ โดยชั้นหนึ่งและชั้นสามเป็นสำนักงาน ซึ่งมีพนักงานกว่า 10 คนกำลังนั่งทำงานอยู่ที่หน้าคอมพิวเตอร์ ส่วนชั้นสองเป็นที่เก็บกล่องโทรศัพท์มือถือและฐานข้อมูลลูกค้า โดยมีนายเก่ง (นามสมมุติ)รับเป็นผู้ดูแล นอกจากนี้ในจุดอื่นๆ พบว่าเป็นร้านโทรศัพท์มือ ประกอบกิจการ ซื้อ ขาย ฝาก ผ่อน เช่าโทรศัพท์

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากสายตรวจไซเบอร์ตรวจสอบพบว่าร้านดังกล่าวมีการโพสต์ข้อความ และเชิญชวนเงินกู้นอกระบบ โดยวิธีการคือ ผู้กู้จะต้องเอาโทรศัพท์มาให้เพื่อเป็นหลักประกันและตีราคา จากนั้นทางร้านจะติดตั้งโปรแกรมที่ใช้สำหรับควบคุมสั่งการโทรศัพท์ ก่อนคืนโทรศัพท์ให้ผู้กู้ไปใช้ตามปกติ เมื่อถึงกำหนดเวลานัดหมายในการคืนเงินหากผู้กู้ไม่สามารถนำเงินต้นมาจ่ายได้ ก็จะต้องจ่ายดอกเบี้ยตามที่กำหนด ยกตัวอย่างเช่น กู้ 10,000 บาท จ่ายดอกเบี้ยเดือนละ 1,000 บาทจนกว่าจะนำเงินต้นมาคืน แต่หากผู้กู้ผิดชำระนัดและไม่สามารถติดต่อได้หรือเบี้ยวหนี้ก็จะทำการล็อกโทรศัพท์ไม่ให้ใช้งานผ่านโปรแกรมที่ทำการติดตั้งไปก่อนหน้า ซึ่งโปรแกรมดังกล่าวนายเก่งให้การว่าได้เช่าซื้อมาจากกลุ่มนายทุนจีน ซึ่งจากนี้จะขยายผลถึงต้นตอของกลุ่มทุนจีนดังกล่าวว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบพบว่ามีลูกค้ากว่า 5,000 ราย มีเงินหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาทต่อเดือน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการแจ้งข้อกล่าวหา ความผิดตามพ.ร.บ.กู้ยืมเงิน และการปล่อยกู้นอกระบบโดยผิดกฎหมาย นำตัวส่ง บก.สอท.2 ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


