ทลายแก๊งแฮกเกอร์จีน ดูดข้อมูลบัตรเครดิต ซื้อทองผ่านแอพพ์ พบข้อมูลบัตรฯ 5 พันรายการ

8.08.25 | 19:12 น.

ตม.ทลายแก๊งแฮ็กเกอร์จีน ดูดข้อมูลบัตรเครดิตข้ามชาติ พบสั่งงานผ่าน telegram และฟอกเงินผ่านคริปโต


เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. สั่งการให้พล.ต.ต.ภานพ วรนัชชากุล ผบก.สส.สตม.พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชย พานะกิจ ผกก.สอบสวน กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. พ.ต.ท.ภูริศ คำหมื่น, พ.ต.ต.โกเมน วรรณบวร, พ.ต.ต.ภาณุวัฒน์ สวาสดิ์นา สว.สอบสวน กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. นำกำลังพร้อมหมายค้นศาลอาญามีนบุรี ค้นบ้านหลังหนึ่ง ในซอยพระยาสุเรนทร์ 9 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ เข้าจับกุม นายยูเป็ง อัน (YUPENG AN) อายุ 35 ปี สัญชาติจีน พร้อมตรวจยึดของกลาง อาทิ ข้อมูลบัตรเครดิตของบุคคลอื่นกว่า 5,000 รายการ โทรศัพท์มือถือ 70 เครื่อง ทองคำแท่งหนัก 20 บาท เงินสดกว่า 4 แสนบาท คริปโตเคอร์เรนซีกว่า 9 ล้านบาท และรถยนต์ 1 คันรวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

สืบเนื่องจากตำรวจชุดสืบสวน บก.สส.สตม. ทำการขยายผลอาชญากรรมทางไซเบอร์ข้ามชาติ หลังพบเบาะแสการนำข้อมูลบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นไปใช้โดยมิชอบ กระทั่งพบข้อมูลเชื่อมโยงไปยังบุคคลสัญชาติจีนรายหนึ่ง ซึ่งอาศัยอยู่ในบ้านหรูใกล้กับบ้านพักของนายยูเป็ง อัน จากนั้นจึงขยายผลก่อนเข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมายและสามารถจับกุม นายยูเป็ง อัน พร้อมตรวจยึดของกลางไว้ได้ทั้งหมด จากการตรวจสอบยังพบว่า ข้อมูลบัตรเครดิตที่ใช้ในการกระทำความผิด มีที่มาจากหลายประเทศ เช่น จีน, ไต้หวัน, สิงคโปร์, มาเลเซีย และประเทศไทย

Advertisement

เบื้องต้นสอบสวนนายยูเป็ง อัน ให้การยอมรับว่าได้ใช้แอพพลิเคชั่น Telegram เป็นช่องทางสื่อสารกับเครือข่าย โดยสั่งการให้ผู้อื่นใช้ข้อมูลบัตรเครดิตผู้อื่นสั่งซื้อโทรศัพท์มือถือ และทองคำทางออนไลน์ ก่อนนำไปขายที่ห้างสรรพสินค้าใหญ่ย่านปทุมวัน จากนั้นนำเงินสดไปแปลงเป็นสกุลเงินดิจิทัล (USDT) และโอนกลับไปยังกลุ่มผู้ร่วมขบวนการ มานานกว่า 10 เดือน โดยทำการสั่งซื้อทองคำผ่านแอพพลิเคชั่น เมื่อได้รับสินค้าแล้วจะทำการล้างข้อมูลในโทรศัพท์ทิ้งเพื่อไม่ให้มีหลักฐาน

โดยตำรวจดำเนินคดีในความผิดฐาน “ใช้และมีไว้เพื่อใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ” ก่อนควบคุมตัวนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.บางชัน ดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยเตรียมประสานธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทยเพื่อทำการขยายผลและติดตามเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการต่อไป