สืบนครบาล 3 บุกรวบ 3 สาวชาวต่างชาติค้ากามในรีสอร์ท ย่านหทัยราษฎร์ สืบเนื่องจากหนุ่มขี้เหงาซื้อบริการทางออนไลน์ สุดเซ็ง ไม่ตรงปก จึงได้แจ้งเบาะแสให้ไปจับกุม
เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 8 สิงหาคม พล.ต.ต.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น.ดูแลงานสืบสวน พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.3 พ.ต.อ.สุทธิศักดิ์ วันที รอง ผบก.น.3 ดูแลงานสืบสวน พ.ต.อ.กฤษ ก้อมน้อย ผกก.สส.บก.น.3 สั่งการให้ พ.ต.ท.จำนงค์ ประสพสุขมั่งดี รอง ผกก.สส.บก.น.3 พ.ต.ต.สมมาตร คงทอง สว.กก.สส.บก.น.3 พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนนครบาล 3 เข้าไปทำการจับกุมหญิงสาวชาวลาว ขายบริการทางเพศ ทางออนไลน์
เนื่องด้วย กก.สส.บก.น.3 ได้รับการร้องเรียนว่า มีหญิงสาวชาวต่างชาติ ได้โฆษณาขายบริการทางเพศทางสื่อโซเชี่ยล แอพพิเคชั่น X (twitter) อย่างเปิดเผย แบบไม่เกรงกลัวกฎหมาย เมื่อเข้าไปซื้อบริการแล้วปรากฏว่ามีรูปร่างหน้าตาไม่ตรงปกตามที่โฆษณา สร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้กับลูกค้าหลายต่อหลายราย ขอให้ไปดำเนินการปราบปรามด้วย จึงได้ทำการสืบสวนจนทราบว่ามีกลุ่มบุคคลเป็นหญิงสัญชาติลาว โฆษณาขายบริการทางเพศในแอพพิเคชั่น X (twitter) จริง พบว่ามีรูปภาพสาวสวย และข้อความรับบริการทางเพศ ให้ไอดีไลน์ไว้ติดต่อ จึงได้แอดไลน์เข้าไปทักทาย จากนั้นได้ส่งภาพถ่าย ราคาค่าบริการมาให้ พร้อมพิกัดรีสอร์ตย่านหทัยราษฎร์ จึงได้ไปตรวจสอบพบ
1.น.ส.ใบเตย สัญชาติลาว อายุ 27 ปี 2.น.ส.แนน สัญชาติลาว อายุ 27 ปี และ 3.น.ส.แป้ง สัญชาติลาว อายุ 31 ปี ตรวจสอบภายในห้องพักพบโทรศัพท์มือถือ จำนวน 6 เครื่อง ถุงยางอนามัย จำนวน 60 ถุง และเจลหล่อลื่น


ทำการสอบถามให้การรับว่า ได้ใช้แอพพิเคชั่น X (twitter) เป็นสื่อออนไลน์ในการเสนอขายบริการทางเพศ จากนั้นจะใช้รูปบุคคลอื่นที่เป็นสาวสวยหน้าตาดี ที่มีรูปร่างใกล้เคียงกับพวกตนเอง เป็นภาพแสดงตัวตนพร้อมบอกขนาด สัดส่วนให้ลูกค้าได้ดู เมื่อลูกค้าสนใจก็จะแอดไลน์ติดต่อเข้ามาใช้บริการกับพวกตน แม้หน้าตาจะไม่ตรงปก แต่พวกตนเสนอขายในราคาสบายตัวสบายกระเป๋า ลูกค้าจึงใจอ่อนทุกราย
จึงได้จับกุมตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี ในข้อหา ข้อหา-เป็นผู้โฆษณา หรือ ชักชวน หรือ แนะนําด้วยเอกสาร สิ่งพิมพ์ หรือ กระทำให้แพร่หลายด้วยวิธีใดไปยังสาธารณะ ในลักษณะที่เห็นได้ว่าเป็นการเรียกร้อง หรือ การ ติดต่อเพื่อการค้าประเวณีของตนเองหรือผู้อื่น (พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 มาตรา 7 ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสองปี หรือ ปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ)


