บช.น. ร่วมประชุมหน่วยงานมั่นคง เตรียมการรองรับเหตุที่อาจจะเป็นผลกระทบมาจากสถานการณ์แนวชายแดนไทย-กัมพูชา ยังไม่มีเหตุความรุนแรงเคลื่อนไหวพื้นที่กรุงเทพฯ
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 13 สิงหาคม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.อังษฎางค์ รอดวัฒนกาญจน์ รองผู้บัญชาการศูนย์ปฏิการต่อต้านก่อการร้ายสากล (รอง ผบ.ศตก.) พล.ต.ต.สมควร พึ่งทรัพย์ รอง ผบช.น. ดูแลงานสอบสวน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.ดูแลงานด้านความมั่นคง พล.ต.ต.ภัทรภณ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผบก.อก.บช.น. รอง ผบก.น.1 รอง ผบก.สส.บช.น. รอง ผบก.สปพ. รอง ผบก.อคฝ. รอง ผบก.อก.บช.น. สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) สำนักคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) กรุงเทพมหานคร สำนักงานกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) กองทัพภาคที่ 1 มณฑลทหารบกที่ 11 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.) กองบัญชาการตำรวจสันติบาล (บช.ส.) ศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) หน่วยบัญชาการไซเบอร์ทหาร (นซบ.ทหาร) กรมประชาสัมพันธ์ (กปส.) กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สท.ตร.) ศูนย์เอราวัณ สำนักงานพระธรรมนูญทหาร (สธน.ทหาร) สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ร่วมประชุมเตรียมการรองรับเหตุที่อาจจะเป็นผลกระทบมาจากสถานการณ์แนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยใช้เวลาประมาณ 1.30 ชั่วโมง
พล.ต.ท.สยามเปิดเผยว่า การประชุมดังกล่าวเป็นการเตรียมความพร้อมหลังเกิดสถานการณ์การสู้รบระหว่างไทย-กัมพูชา หากเกิดเหตุผลกระทบในกรุงเทพมหานคร ไม่ใช่แค่ทหารตำรวจ ฝ่ายความมั่นคง หรือพลเรือน แต่ต้องเตรียมความทุกเหตุที่เกิดขึ้นกับทุกภาคส่วน อย่างไรก็ตาม เตรียมแผนเผชิญเหตุ ส่วนราชการอื่นขอให้ดำเนินการตรวจสอบอำนาจหน้าที่ของตนเองว่ามีการดำเนินการอย่างไร อาทิ มทบ.11 อาจต้องมีจัดระเบียบร่วมกันในการทำงาน เพื่อเฝ้าระวังภัยคุกคาม บช.น.เตรียมความพร้อมดูแลรักษาความปลอดภัยในฐานะที่รับผิดชอบพื้นที่ ขอให้ทุกหน่วยประสานงานร่วมกันในการแลกเปลี่ยนข้อมูลภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นต่อไป

ด้าน พล.ต.อังษฎางค์กล่าวว่า การประชุมในวันนี้เป็นจุดเริ่มต้นวิธีการปฏิบัติ ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องประสานงานหากเกิดเหตุความรุนแรงเกิดขึ้น มีการดำเนินการอย่างไร ตำรวจ ฝ่ายความมั่นคง แบ่งพื้นที่รับผิดชอบอย่างไร ทหารมีกำลังอยู่ในมือเท่าไหร่ ร่วมดำเนินการจัดการเตรียมความพร้อมเฝ้าระวังเพื่อให้การป้องกันไม่ให้เกิดเหตุดังกล่าวออกมาเป็นรูปแบบที่ชัดเจน พร้อมทั้งกำหนดให้ได้ว่าภัยคุกคามคืออะไร และแต่ละส่วนต้องเผชิญอย่างไรบ้าง มาเรียงลำดับภัยคุกคามหลังจากนี้
พล.ต.อังษฎางค์กล่าวต่อว่า ปัญหาที่เราต้องเผชิญทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นมิติทางการเมือง มิติความมั่นคง มิติทางเศรษฐกิจ มิติเทคโนโลยีในโลกปัจจุบัน ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีถึงแม้ว่าภัยคุกคามดังกล่าวอยู่ห่างไกลออกไป 300-400 กิโลเมตร หากเกิดขึ้นอาจจะกระทบถึงทุกคนในประเทศชาติ เชื่อมั่นว่าทำงานร่วมกันประสานบูรณาการร่วมกันทุกหน่วยงานจัดการต่อไป

ขณะที่มีรายงานข่าวแจ้งว่า ข้อมูลจากสืบนครบาล ตรวจสอบข้อมูลประชากรชาวกัมพูชาที่พักอาศัยและทำงานในกรุงเทพฯ มีชาวกัมพูชาถูกกฎหมาย รวมทั้งสิ้น 75,447 คน ยังไม่มีความเคลื่อนไหวในการก่อเหตุในพื้นที่กรุงเทพฯแต่อย่างใด
โดยข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับหน่วยข่าวกรอง ตำรวจสันติบาล และฝ่ายข่าวการทหาร ที่ยืนยันว่ายังไม่พบความรุนแรงแต่อย่างใด มีเพียงการเคลื่อนไหวในโซเชียลมีเดีย พร้อมทั้งหาวิธีแจ้งเตือนประชาชนในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ หากมีเหตุการณ์เกิดขึ้น


