ทิดสฤษฏิ์ เข้ามอบตัว พบบิ๊กเต่า หลังถูกออกหมายจับ ยักยอกเงินวัดนครสวรรค์ 4.1 ล้านบาท
ทิดสฤษฏิ์ – เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม จากกรณี เจ้าหน้าที่ตำรวจบก.ปปป. ได้ขออำนาจศาลออกหมายจับ นายสฤษฏิ์ จันท์ประธาตุ หรือ พระธรรมวชิรธีรคุณสฤษฏิ์ จันท์ประธาตุ อดีตเจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์และเจ้าอาวาสวัดนครสวรรค์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ที่ 74/2568 ลงวันที่ 6 สิงหาคม 2568 และ นางสาวภูธินี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบภาคกลาง ที่ 75/2568 ลงวันที่ 6 สิงหาคม 2568 ในข้อหา ม.147 เจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ และ ม.157 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
รายงานข่าวแจ้งว่า เบื้องต้นภายหลังจากที่มีการออกหมายจับ อดีตเจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ ได้ประสาน “ขอมอบตัว” กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์
ขณะที่ นางสาวภูธินี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบภาคกลาง ที่ 75/2568 ลงวันที่ 6 สิงหาคม 2568 ในความผิดความผิดตาม ม. 147,157 ประกอบมาตรา 86 จับกุมได้ที่ในพื้นที่จ.ปทุมธานี

สำหรับพฤติการณ์คดีดังกล่าว เมื่อต้นเดือน กรกฎาคม 2568 อดีตพระธรรมวชิรธีรคุณ หรือ นายสฤษฏิ์ จันท์ประธาตุ อดีตเจ้าอาวาสวัดนครสวรรค์ ถูกกล่าวหาว่ามีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับ นางสาวภูธินี และยักยอกเงินวัดนครสวรรค์ จากการสืบสวนสอบสวนพบว่า ระหว่างวันที่ 1 มี.ค. 2567 – 10 ก.ค. 2568 เจ้าอาวาสได้ทำการสั่งให้พระศตยา พุ่มเดช พระลูกวัดเบิกถอนเงินจากบัญชีวัดนครสวรรค์ และฝากเข้าบัญชีพระศตยา ก่อนโอนต่อเข้าบัญชีส่วนตัวของเจ้าอาวาส กว่า 4,100,000 บาท
ต่อมามีการโอนเงินจากบัญชีเจ้าอาวาสเข้าบัญชี น.ส.ภูธินี รวม 405,000 บาท แสดงพฤติการณ์สมคบกันยักยอกเงินวัด ซึ่งพระศตยา ให้การยืนยันว่าได้รับคำสั่งโดยตรงให้เบิกถอนและโอนเงิน รวมทั้งพบเห็น น.ส.ภูธินี มาพบอดีตเจ้าอาวาสหลายครั้งวัดนครสวรรค์จึงมอบตัวแทนเข้าแจ้งความดำเนินคดี ฐานเป็นเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ และปฏิบัติหรือละเว้นหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น
รายงานข่าวแจ้งด้วยว่าจากการสืบสวนพบพฤติกรรมสัมพันธ์ฉาวระหว่างอดีตพระธรรมวชิรธีรคุณ เจ้าอาวาสวัดนครสวรรค์ หรือ ทิดสฤษดิ์ กับเศรษฐีนีสาวใหญ่นั้น โดยพบข้อมูลสำคัญที่เชื่อได้ว่า นอกเหนือจากผิดวินัยสงฆ์ร้ายแรงแล้วนั้น ทิดสฤษดิ์กระทำผิดคดีอาญาเรื่องเกี่ยวกับการทุจริตเงินของวัดด้วย จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตรวจพบหลักฐานที่ชัดเจน จนกระทั่งมีการเข้าจับกุมตัวในครั้งนี้
ขณะเดียวกันจากข้อมูลของการสืบสวนที่พบว่า อดีตเจ้าคณะอาจเกี่ยวข้องกับการทุจริตโครงการก่อสร้างพุทธอุทยาน ที่ดำเนินการมากว่า 10 ปี แต่ยังไม่แล้วเสร็จ จนกระทั่ง หลวงพ่อพัฒน์ อดีตเจ้าอาวาสวัดห้วยด้วน เกจิดังนครสวรรค์ เข้ามาช่วยบริหารจัดการต่อในช่วงที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ จนกระทั่งก่อสร้างได้แล้วเสร็จได้ในที่สุด ซึ่งในเรื่องดังกล่าวทางพนักสอบสวนอยู่ระหว่างการตรวจสอบเท็จจริงกันต่อไป



