รวบชายวัย 57 อ้างมูลนิธิดัง โชว์รูปถ่ายกับคนมีชื่อเสียง ลวงเหยื่อวิ่งเต้นรับงานรัฐได้ สูญเกือบ 8 ล้าน

19.08.25 | 11:54 น.

CIB เปิดปฏิบัติการ ‘Village Fund Zero Fraud กองทุนหมู่บ้านไร้โกง’ รวบมิจฉาชีพอ้างมูลนิธิดัง เสียหายเกือบ 8 ล้าน


เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 19 สิงหาคม ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รองผู้บังคับการปราบปราม (รอง ผบก.ป.) ร่วมกับ พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป. และ พ.ต.ท.พงศกร ตันอารีย์ รอง ผกก.2 บก.ป. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงเปิดปฏิบัติการ “Village Fund Zero Fraud กองทุนหมู่บ้านไร้โกง” จับกุมผู้ต้องหาฉ้อโกงกองทุนหมู่บ้าน ความเสียหายมูลค่าเกือบ 8 ล้านบาท

ปฏิบัติการดังกล่าวสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย ชื่อ นายจิราณัฏฐ์ หรือ หน่อย อายุ 57 ปี ชาว จ.นครปฐม ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 4775/2568 ลงวันที่ 16 สิงหาคม 2568 ในข้อหาฉ้อโกง ปลอมและใช้เอกสารปลอม, โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่จะเกิดความเสียหายแก่บุคคลใดบุคลหนึ่ง และฟอกเงิน จับกุมได้ที่คอนโดแห่งหนึ่งใน ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม

Advertisement

พ.ต.ท.พงศกรกล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. ดำเนินคดีกับนายจิราณัฏฐ์ เนื่องจากแอบอ้างว่าทำงานอยู่ที่มูลนิธิรัฐบุรุษ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ สามารถให้การช่วยเหลือบริษัทของผู้เสียหายประมูลได้รับงานในโครงการภาครัฐและโครงการของสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ซึ่งมีทั้งโครงการจริงและโครงการอุปโลกน์ จำนวน 3 โครงการ ได้แก่

1.โครงการทำถนนของหน่วยทหารพัฒนา ซึ่งโครงการดังกล่าวไม่มีอยู่จริง

2.โครงการ 72 พรรษา น้ำพระทัยสู่ชุมชน เป็นโครงการบริจาคถังเก็บน้ำขนาดใหญ่ให้กับชุมชนในพื้นที่ 72 จังหวัด อ้างว่าเป็นของหน่วยทหารพัฒนา ซึ่งโครงการดังกล่าวไม่มีอยู่จริง

3.โครงการสนับสนุน เสริมสร้าง ศักยภาพกองทุนหมู่บ้านและชุมชนอย่างมั่นคงของ กทบ. ซึ่งโครงการดังกล่าวมีอยู่จริง แต่เป็นโครงการที่แต่ละกองทุนหมู่บ้านต้องเป็นคนยื่นเรื่องเข้ามาของบกับ กทบ.เอง

สำหรับแผนประทุษกรรมนั้น ผู้ต้องหาจะทำทีปลอมเอกสารโครงการต่างๆ ให้ผู้เสียหายดู รวมทั้งนำภาพถ่ายที่อ้างว่าถ่ายกับบุคคลที่มีชื่อเสียงในทางราชการและนักการเมือง เพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อว่ารู้จักและอ้างว่าจะสามารถวิ่งเต้นในโครงการต่างๆ ได้

เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินเพื่อเป็นค่าดำเนินการให้กับผู้ต้องหา ตั้งแต่ปี 2566-2568 รวมจำนวน 89 ครั้ง รวมเป็นเงิน 7,836,000 บาท แต่ภายหลังผู้เสียหายทราบว่าผู้ต้องหาไม่ได้ดำเนินการตามที่แอบอ้างและไม่ได้เป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับโครงการหรือหน่วยงานแต่อย่างใด แต่กลับนำเงินโอนต่อไปยังบุคคลในครอบครัวและนำไปซื้อทรัพย์สินต่างๆ เช่น รถแบ๊กโฮ วัว เป็นต้น

ต่อมาวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา หลังจากพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจนขออำนาจศาลออกหมายจับ ก็ได้นำกำลังเข้าจับกุมผู้ต้องหา รวมทั้งสามารถตรวจยึดทรัพย์สิน เป็นรถยนต์หรูจำนวน 3 คัน สมุดบัญชีธนาคาร บัตรกดเงินสด โทรศัพท์มือถือ และเอกสารจำนวนมาก

เบื้องต้นขณะนี้ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและขอไม่ให้การใดๆ หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะขยายผลเพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินและทรัพย์สินของผู้ต้องหา เพื่อให้ติดตามทรัพย์สินคืนแก่ผู้เสียหายต่อไป

นอกจากนี้ ทางตำรวจเชื่อว่าผู้ต้องหาอาจจะไม่ได้ทำกับผู้เสียหายรายนี้เพียงรายเดียว แต่เป็นประเด็นที่อยู่ในระหว่างการสืบสวนเพิ่มเติม เบื้องต้นยืนยันว่าไม่พบผู้ร่วมขบวนการรายอื่นเพิ่มเติม ส่วนบุคคลในครอบครัวที่รับโอนเงินนั้น กำลังตรวจสอบอยู่ว่ารับรู้หรือไม่ ถ้ารู้ก็จะมีส่วนผิดเช่นเดียวกัน

สำหรับมูลนิธิรัฐบุรุษ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นั้น จากการตรวจสอบได้รับการยืนยันจากมูลนิธิว่าผู้ต้องหาไม่เคยทำงานด้วยหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับมูลนิธิแต่อย่างใด

พ.ต.อ.เอนกกล่าวว่า ขอประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชน หากพบบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมแอบอ้างรู้จักกับข้าราชการระดับสูงหรือนักการเมือง รวมทั้งแอบอ้างว่าสามารถช่วยประมูลโครงการของรัฐ โดยเฉพาะโครงการของสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ สามารถแจ้งความกับตำรวจสอบสวนกลางหรือสถานีตำรวจใกล้เคียง เพื่อตรวจสอบและขยายผลการจับกุมต่อไป

ด้านนายเบญจพล นาคประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานได้จัดทำโครงการ SML เพื่อให้แต่ละหมู่บ้านเสนอโครงการกับสำนักงานและนำเงินไปใช้พัฒนาหมู่บ้าน โดยโครงการดังกล่าวโปร่งใสและมีกระบวนการที่ตรวจสอบได้ จึงขอพี่น้องประชาชนอย่าหลงเชื่อบุคคลที่อ้างว่าจะเป็นคนกลางที่สามารถวิ่งเต้นประมูลโครงการเหล่านี้ได้