เมื่อวันที่ 18 เมษายน ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ร.ต.ท.ธีวรา บุญรักชาติ พนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ ควบคุมตัวนายวศิน หรือเอิร์ท ดวงดารา อายุ 19 ปี ,นายวัชรพล หรือ แชมป์ บุญกันอายุ 19 ปี , นายวันชนะ หรือนะ เลี้ยงศรีอายุ 19 ปี , นายสุ(นามสมมติ) อายุ 18 ปี ผู้ต้องหาที่ 1-4 ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุรุมทำร้ายและใช้อาวุธมีดแทง ส.ต.ท.ณัฐกร ปาละตา ผบ.หมู่กองร้อยควบคุมฝูงชน บก.อคฝ. ได้รับบาดเจ็บในข้อหา ร่วมกันพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ หรือเพราะเหตุที่จะกระทำตามหน้าที่ และพกพาอาวุธมีดไปในเมืองหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ที่ 949/2560 ลงวันวันที่ 17 เมษายน 60
ทั้งนี้พนักงานสอบสวนยังต้องสอบปากคำพยานอีก 7 ปาก รอผลตรวจลายพิมพ์มือ และผลชันสูตรบาดแผลจึงขออนุญาตศาลฝากขังผู้ต้องทั้งหมดเป็นเวลา 12 วันตั้งแต่วันที่ 18 – 29 เมษายน นี้
คำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์ว่าเมื่อวันที่ 12 เมษายน เวลา 22.00 น. ขณะที่ ส.ต.ท.ณัฐกร ขับรถจักรยานยนต์ติดไฟแดงอยู่บริเวณแยกผ่านฟ้า ผู้ต้องหากับพวกได้ขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายมาจำนวน 4 คัน โดยขี่มาทางถนนราชดำเนินมุ่งหน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จากนั้น1ในผู้ต้องหาได้ขี่รถจักรยานยนต์ปาดหน้า ส.ต.ท.ณัฐกร จากนั้น ส.ต.ท.ณัฐกร ผู้เสียหายจึงได้ตะโกนบอกว่า “มันอันตรายนะ หมวกกันน๊อคไม่ใส่” เป็นเหตุให้กลุ่มผุ้ต้องหาไม่พอใจ และตะโกนกลับมาว่าให้หยุดรถคุยกัน จากนั้นกลุ่มผุ้ต้องหาได้ขี่รถจักรยานยนต์บีบบังคับให้ ส.ต.ท.ณัฐกร จอดรถบริเวณหน้าหอศิลป์ ถนนราชดำเนิน แล้วมีปากเสียงกัน โดย ส.ต.ท.ณัฐกร ได้แสดงตนว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้ต้องหากับพวกจึงใช้กำลังเข้าทำร้าย และใช้อาวุธมีดแทงเข้าที่ลำตัว ของ ส.ต.ท.ณัฐกร จนได้รับบาดเจ็บ หลังจากนั้นผู้ต้องหาจึงได้พากันขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป
ต่อมาวันที่ 17 เมษายนผู้ต้องหาได้เข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สำราญราษฎร์ รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย เหตุเกิดบริเวณหน้าหอศิลป์ร่วมสมัย ถนนราชดำเนินกลาง แขวงบวรนิเวศ กทม.
โดยท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้งหมดเนื่องจาก เกรงจะหลบหนี ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้ จนกระทั่งเวลา 16.00 น.ไม่ปรากฏว่ามีญาติมายื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาแต่อย่างใด หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ก็จะนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปควบคุมตัวยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

