จับหนุ่มเกาหลีใต้ ซ่อนเครื่อง FBS ในรถ ขับทั่วกทม. ส่ง SMS แนบลิงก์หลอกดูดเงิน เผยทำตามคำสั่งคนจีน

20.08.25 | 15:13 น.

ตำรวจไซเบอร์ รวบหนุ่มเกาหลีใต้ ใช้เครื่องจำลองสถานีฐาน ตระเวนขับรถส่ง SMS ปลอม หลอกลวงประชาชนทั่วกรุงเทพฯ สารภาพทำตามคำสั่งชาวจีน เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อความที่ขอข้อมูลส่วนตัว


เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 20 สิงหาคม ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมืองทองธานี พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) พล.ต.ต.สุรพงษ์ ไทยประเสริฐ ผบก.อก.บช.สอท. พ.ต.อ.ปรีดา คงจัด รอง ผบก.สอท.1 พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงผลจับกุมชาวเกาหลีใต้ แก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ ที่ก่อเหตุขับรถตะเวนส่ง SMS ปลอม ด้วยเครื่องจำลองสถานีฐาน False Base Station (FBS) กลางกรุงเทพฯ

พล.ต.ท.ไตรรงค์เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์และทีมวิศวกรจากบริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ (AIS) ร่วมกันสืบสวนหาเบาะแสคนร้ายที่ตระเวนส่ง SMS แนบลิงก์ปลอม กระทั่งพบว่ามีรถยนต์ต้องสงสัยขับผ่านแยกเอกมัย เข้าถนนเพชรบุรีตัดใหม่ มุ่งหน้าถนนอโศก-ดินแดง แยกประชาสงเคราะห์ และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งตรวจพบสัญญาณคลื่นความถี่ที่ผิดปกติเคลื่อนที่ไปพร้อมรถยนต์คันดังกล่าว จึงสะกดรอยตาม ก่อนแสดงตัวเข้าสกัดจับที่บริเวณริมถนนอโศก-ดินแดง

Advertisement

พ.ต.อ.ไตรรงค์เปิดเผยว่า จากการตรวจค้นพบผู้ขับขี่คือ Mr.Dohyong Kim อายุ 35 ปี สัญชาติเกาหลีใต้ ภายในรถมีอุปกรณ์เป็นเครื่องจำลองสถานีฐาน (FBS) กำลังทำงานอยู่ ซึ่งเป็นอุปกรณ์เครื่องวิทยุโทรคมนาคมที่ดัดแปลงการส่งสัญญาณในคลื่นความถี่ต่างๆ เพื่อส่งเข้าโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในรัศมีและมีการเชื่อมต่อกับเครื่องจ่ายไฟเคลื่อนที่ พร้อมอุปกรณ์กระจายสัญญาณ 1 กล่อง และโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง

พล.ต.ท.ไตรรงค์กล่าวว่า ตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของ Mr.Dohyong Kim พบข้อความการสนทนาระหว่างผู้ต้องหากับ ผู้ว่าจ้างชาวจีน ผ่านแอพพลิเคชั่น Telegram เบื้องต้นเจ้าตัวยอมรับว่าได้รับการว่าจ้างให้ตระเวนขับรถส่ง SMS ในพื้นที่กรุงเทพฯ บริเวณที่มีผู้คนพลุกพล่านตามเส้นทางที่กำหนดให้ และต้องรายงานผู้ว่างจ้างทุก 30 นาที เคยทำมาแล้ว 3 ครั้ง ตั้งแต่วันที่ 17-19 ส.ค.68 ได้ค่าจ้างวันละ 100,000 วอน หรือ 2,339 บาท แต่ครั้งแรกที่ทำได้รับเงินเป็นรายสัปดาห์จำนวน 550 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 17,869 บาท

พล.ต.ท.ไตรรงค์ระบุว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีในข้อหาที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งจะมีการสืบสวนว่าผู้ว่าจ้างชาวจีนรายดังกล่าวว่าเป็นรายเดียวกันกับกรณีที่จับกุมได้ก่อนหน้านี้หรือไม่ และขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมต่อไป

พล.ต.ท.ไตรรงค์เผยว่า การก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวถือว่ามีการกระทำที่เป็นขบวนการ จะมีความผิดฐานอั้งยี่ซ่องโจร และยังอาจเข้าข่ายความผิดอีกหลายข้อหา หากตรวจสอบพบว่ามีผู้ตกเป็นเหยื่อก็จะถูกดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง และหากพบว่ามีการร่วมกันกับคนร้ายที่อยู่ในต่างประเทศก็จะมีความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งนี้ เครื่อง FBS ไม่มีจำหน่ายในไทย ดังนั้น หากผู้ใดนำเข้าหรือครอบครองก็จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากรด้วย

“ภายในระยะเวลา 3 สัปดาห์ ตำรวจไซเบอร์สามารถจับกุมผู้ต้องหาที่ตระเวนส่ง SMS ปลอมได้แล้ว 3 ราย สาเหตุหนึ่งเกิดจากช่วงนี้คนไทยข้ามไปกัมพูชาลำบากมากขึ้น แก๊งคอลเซ็นเตอร์จึงหาคนไทยไปทำงานในขบวนการคอลเซ็นเตอร์และพาบัญชีม้าข้ามไปสแกนหน้าได้ยาก ทำให้ต้องกลับมาใช้วิธีจ้างคนตระเวนส่งลิงก์ดูดเงินเหมือนเดิม จึงอยากฝากเตือนประชาชนให้ระมัดระวัง ย้ำว่าธนาคารหรือศูนย์การค้าจะไม่มีการส่งลิงก์ใดๆ เพื่อขอข้อมูลส่วนบุคคล หากพบข้อความต้องสงสัยสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนศูนย์ AOC 1441 หรือสายด่วน 191” พล.ต.ท.ไตรรงค์กล่าว

พล.ต.ท.ไตรรงค์กล่าวอีกว่า สำหรับเครื่อง FBS จะสามารถเปลี่ยนชื่อผู้ส่ง (Sender Name) ให้เหมือนข้อความจริงได้ โดยจะมีการตัดสัญญาณเครือข่ายมือถือจริงของเหยื่อ ก่อนส่งข้อความปลอมให้ โดยสังเกตได้จากสัญญาณโทรศัพท์ที่จะลดคุณภาพลงอย่างรวดเร็วจาก 5G ลงมาเหลือ 3G หรือต่ำกว่าภายในระยะเวลาสั้นๆ ดังนั้น เมื่อได้รับข้อความต้องสังเกตว่าเป็นข้อความจากเครือข่ายผู้ให้บริการมือถืออื่นที่ไม่ได้ใช้บริการ เช่น ใช้ AIS แต่มี DTAC ส่งมา หรือมีการแนบลิงก์มาด้วยหรือไม่