ตำรวจถกผู้แทน 3 ประเทศ สหรัฐ-ญี่ปุ่น-อินเดีย ร่วมปฏิบัติการในวอร์รูม IAC ปราบแก๊งคอล
เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้บัญชาการ ศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์นานาชาติ (ผบ.ศกค.) หรือ International Anti-Scam and Human Trafficking Syndicate Command Center (IAC) เปิดเผยว่า การปฏิบัติการของวอร์รูม IAC มีการบูรณาการร่วมเป็นศูนย์นานาชาติเพื่อแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างจริงจัง โดยมีการประชุมร่วมกับหน่วยงานจากประเทศต่างๆ อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง
ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 ได้เข้าร่วมประชุมหารือกับ Secret Service FBI และ HSI สหรัฐอเมริกา โดยมีเจ้าหน้าที่เข้าร่วม 5 ท่าน ได้แก่ Benjamin Chervenak ผู้ช่วยทูตฝ่ายภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Secret Service, Sam Cloud เลขาผู้ช่วยทูตฝ่ายภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Secret Service, Paul Vanderwulp เจ้าหน้าที่พิเศษ Secret Service, Brian Anderson ผู้ช่วยทูตฝ่ายภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ HSI และ Rachel Cartwright เจ้าหน้าที่พิเศษ FBI เพื่อหารือและอัพเดตสถานการณ์ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ อาชญากรรม Online และร่วมมือสกัดกั้นขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยมี พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี, พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว/รอง ผบ.ศกค. และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมวอร์รูม IAC สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
จากนั้น พล.ต.อ.ธัชชัยได้มีการประชุมร่วมกับผู้แทนรัฐสภาสหรัฐอเมริกา โดยมี พล.ต.ต.พงษ์สยาม, พ.ต.อ.ณรงค์ เทศวิบูลย์ รองผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์, พ.ต.อ.ธีรนนท์ แมนมงคล ผู้กำกับการกลุ่มงานต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต กองบังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี, พ.ต.อ.รุ่งเลิศ คันธจันทร์ ผู้กำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องศรียานนท์ อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
โดยได้หารือเกี่ยวกับการดำเนินงานของวอร์รูม IAC รวมทั้งการดำเนินงานของศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และชุดปราบปรามการล่วงละเมิดต่อเด็กทางอินเทอร์เน็ต ที่ พล.ต.อ.ธัชชัยเป็นผู้อำนวยการ พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เกี่ยวกับความร่วมมือไทย-สหรัฐอเมริกาในการบังคับใช้กฎหมายในด้านดังกล่าว ก่อนเยี่ยมชมและดูงานวอร์รูม IAC และศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
นอกจากนี้ ในวันที่ 22 สิงหาคม 2568 พล.ต.อ.ธัชชัยได้ร่วมประชุมกับผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่น โดยมี ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่น ได้แก่ Mr. Akira KITAMOTO ผู้กำกับการฝ่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และ Mr.Kei IKEDA ผู้กำกับการฝ่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ Mr.Tomoki KANDA และ Mr.Shoji MIURA รองผู้กำกับการฝ่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และ Ms. Yukari FUKINO ผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจประจำสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เข้าร่วมประชุมผ่านช่องทางออนไลน์ และ Mr.Naoto Watanabe และ Mr.Yoshinori NARASAKI ผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจประจำสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เข้าร่วมประชุม ณ วอร์รูม IAC
ต่อจากนั้นได้ประชุมกับศูนย์ประสานงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอินเดีย (Indian Cybercrime Coordination Centre (I4C)) โดยมี Ms.Roopa ผู้ตรวจราชการ และ Mr.Sanjay Kumar รองผู้บังคับการ ศูนย์ I4C, Mr.Dhruv Mittal ผู้แทนกระทรวงต่างประเทศ เข้าร่วมการประชุมผ่านช่องทางออนไลน์ และ Mr.Muthu Ramachandran อัครราชทูตที่ปรึกษาประจำสถานเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย เข้าร่วมประชุม ณ วอร์รูม IAC โดยแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์และพฤติการณ์ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ใช้ในการฉ้อโกงออนไลน์รูปแบบใหม่ รวมถึงข้อมูลบุคคลสัญชาติญี่ปุ่นและอินเดียที่มีความเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงออนไลน์ ตลอดจนข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
พล.ต.อ.ธัชชัยกล่าวว่า ในห้วงที่ผ่านมา แก๊งคอลเซ็นเตอร์มักใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านเพื่อหลอกลวงคนต่างชาติไปทำงานผิดกฎหมายยังประเทศที่สาม ทำให้การสืบสวนจับกุมมีความยากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ด้วยความร่วมมือที่เกิดขึ้นนี้ ทางการไทย ญี่ปุ่น และอินเดีย ได้ประสานงาน แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และความเชี่ยวชาญร่วมกัน เพื่อติดตามจับกุมผู้กระทำความผิด โดยทางการญี่ปุ่นและอินเดียมีความพร้อม และได้ให้ความร่วมมือในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทยพร้อมทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการบูรณาการความร่วมมือระหว่างประเทศ ผ่านทาง “วอร์รูม IAC”
การสร้างความร่วมมือกับนานาประเทศนี้ เกิดขึ้นเพื่อกวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์ระดับนานาชาติ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของประชาคมโลก ที่จะไม่ยอมให้อาชญากรใช้พรมแดนเป็นเครื่องมือในการก่ออาชญากรรมอย่างเด็ดขาด นอกจากการปราบปรามแล้ว สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังมุ่งเน้นสร้างความตระหนักรู้กับประชาชนไทย รวมไปจนถึงชาวต่างชาติให้รู้เท่าทันกลโกงของมิจฉาชีพออนไลน์ เพื่อลดโอกาสที่ตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวง อันจะเป็นฐานรากที่สำคัญในการสร้างปราการป้องกันการขยายตัวของอาชญกรเหล่านี้ต่อไป

