เฉลิมพล พลมุข  แจงปมชื่อ-เลขบัตรโยงบัญชีมูลนิธิ ยันไม่รู้จัก พระอลงกต สถานการณ์เหมือนถั่วงอก

24.08.25 | 16:52 น.

เฉลิมพล พลมุข แจงปมชื่อ-เลขบัตรโยงบัญชีมูลนิธิ ยันไม่รู้จัก “พระอลงกต” ขอความเป็นธรรม สับสนพบชื่อซ้ำหลายคน


เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ที่วัดพระบาทน้ำพุ นายเฉลิมพล พลมุข ประธานมูลนิธิธรรมรักษ์ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมภายหลังแถลงข่าวกรณีสังคมตั้งข้อสงสัยหลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ในเรื่องเงินบริจาคและการดูแลผู้ป่วยเอดส์  สำหรับกรณีที่เกิดข้อสงสัยเรื่องชื่อและเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักของบุคคลที่ชื่อ “อลงกต พลมุข” ซึ่งถูกโยงเข้ากับกรณีของ “หลวงพ่ออลงกต” เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ โดยระบุว่า ตนเพิ่งมาทราบเรื่องนี้เช่นกัน และเมื่อไปสืบในวงศ์ตระกูลก็ได้รับการยืนยันตรงกันว่าไม่มีใครรู้จักหลวงพ่ออลงกต พร้อมขอความเป็นธรรม เพราะขณะนี้สื่อและสังคมขยายประเด็นไปไกลถึงจังหวัดมหาสารคามและขอนแก่น

นายเฉลิมพลกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวจำเป็นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงที่สำนักทะเบียนราษฎร โดยเฉพาะประเด็นเลขประจำตัวประชาชนที่มีการนำไปเชื่อมโยงกับบัญชีมูลนิธิ ซึ่งสื่อและสังคมต้องติดตามต่อไปว่าอะไรคือความจริง อีกทั้งยังยกตัวอย่างว่าบุคคลที่มีชื่อนามสกุลเหมือนกัน แต่อาจมีเลขประชาชนที่แตกต่างกันเพียงหลักเดียว เช่น บางคนลงท้ายด้วยเลข 3 บางคนลงท้ายด้วยเลข 4 ก็อาจทำให้เกิดความผิดพลาดได้ จึงต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบอย่างชัดเจน

นายเฉลิมพลยังระบุอีกว่า เพิ่งทราบว่ามีบุคคลชื่อ “อลงกต พลมุข” ถึง 3 คนในประเทศไทย พร้อมตั้งคำถามว่า สื่อได้ตรวจสอบเจอคนที่ 3 แล้วหรือยัง เพราะแม้แต่ตนเองก็ยังอยากรู้ว่าแท้จริงแล้วมีบุคคลที่ใช้ชื่อนี้อยู่กี่คน

Advertisement

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีระบบ “พร้อมเพย์” ที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน แต่กลับพบว่าญาติของตนที่เสียชีวิตไปแล้วนานหลายปียังคงมีการผูกพร้อมเพย์อยู่ นายเฉลิมพลตอบว่า ไม่ทราบรายละเอียด และย้ำว่าตนไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

นายเฉลิมพลยืนยันว่า “หลวงพ่ออลงกต” กับ “นายอลงกต” ไม่ได้รู้จักหรือมีความเกี่ยวข้องกัน แต่สิ่งที่สร้างความแปลกใจให้ตนเหมือนกันคือใบสุทธิของหลวงพ่ออลงกต มีการระบุชื่อบิดามารดาที่คล้ายกับนายอลงกตอย่างมาก จนทำให้ตนเองยังสับสน และตั้งคำถามว่าความจริงคืออะไร แต่ก็ต้องรอติดตามต่อ

นายเฉลิมพลกล่าวอีกว่า ในส่วนของเลขบัตรประชาชนที่ถูกอ้างว่าใช้เปิดบัญชี เพิ่งทราบเรื่อง และหลังจากนี้ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากผิดก็ว่าผิด หากถูกก็ว่าถูก และส่วนกรณีการต่อบัตรประชาชนของนายอลงกต ตนไม่ทราบรายละเอียด ต้องสอบถามกับญาติของผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง เพราะต่างฝ่ายต่างก็มีงานและภาระหน้าที่ของตนเอง

นายเฉลิมพลยังกล่าวว่า ตนชี้ให้เห็นว่าสารตั้งต้นของเรื่องทั้งหมดเริ่มมาจาก “หมอบี” ซึ่งอยู่ในกระบวนการตรวจสอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และขณะนี้เส้นทางคดีกำลังถูกขยายผลไปหลายทิศทาง พร้อมเปรียบเทียบสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่า “เหมือนถั่วงอก งอกตรงนี้ที งอกตรงนั้นที และเชื่อว่าวันนี้คงงอกอีกหลายงอก”

นายเฉลิมพลยังกล่าวย้ำว่า สิ่งที่เกิดขึ้นสร้างความสับสนแก่ตนและครอบครัว จึงอยากให้ทุกฝ่ายยึดข้อเท็จจริงจากการตรวจสอบของหน่วยงานรัฐ อีกทั้งตนไม่ได้เจอหลวงพ่ออลงกตมาหลายวันแล้ว และช่วงนี้ก็ไม่ได้มีการพูดคุยกันเพิ่มเติม หลังจากนี้ก็ต้องรอตรวจสอบหลายๆ ส่วน เพื่อให้ความจริงปรากฏและเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง