จนท.บุกค้น 5 จุด วัดพระบาทน้ำพุ หาหลักฐานการเงิน ฟันคดีทุจริตเงินบริจาค

26.08.25 | 12:59 น.

จนท.บุกค้น 5 จุด วัดพระบาทน้ำพุ หาหลักฐานการเงิน ฟันคดีทุจริตเงินบริจาค

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากการที่ พ.ต.ต.เอกรัฐ จันทร์มณี ตำแหน่ง สว.กก.1 บก.ป. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกันจับกุมตัว พระราชวิสุทธิประชานาถ หรือหลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ต.เขาสามยอด อ.เมือง จ.ลพบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ที่ จ 81/2568 ลง 22 สิงหาคม 2568 ด้วยมีหลักฐานอันสมควรเชื่อว่า พระราชวิสุทธิประชานาถ หรือหลวงพ่ออลงกต ทุจริตยักยอกเงินบริจาคของวัดพระบาทน้ำพุ เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำจัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ฟอกเงินและสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน โยจับกุมตัวได้ที่อาคารซึ่งตั้งอยู่ภายในใจฟ้าฟาร์ม หรือใจฟ้าอคาเดมี หมู่ 6 ต.นิคมสร้างตนเอง อ.เมือง จ.ลพบุรี เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 เวลา 01.00 น. นั้น

ต่อมาเมื่อเวลา 08.00 น. ของวันที่ 26 สิงหาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท., ป.ป.ช. และเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ได้เข้าตรวจค้นภายในอาคารโรงเรียนนาถะศาสตร์ ซึ่งตั้งอยู่ภายในพื้นที่ของใจฟ้าฟาร์ม ต.นิคมสร้างตนเอง อ.เมือง จ.ลพบุรี และอยู่ในการดูแลของหลวงพ่ออลงกต เพื่อตรวจสอบเรื่องเอกสาร ข้อมูลในคอมพิวเตอร์ ที่ชั้น 4 และชั้น 5 ของอาคารที่อาจมีความเชื่อมโยงกับเงินบริจาค รวมทั้งการทุจริตยักยอกเงิน โดยมี น.ส.กอแก้ว เพชรบุตร ผู้อำนวยการโรงเรียน เป็นผู้นำเจ้าหน้าที่ไปตรวจค้น

จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.เผยว่า การเข้าตรวจค้นครั้งนี้ ดูเส้นทางการเงิน สลิปการโอนเงิน ซึ่งพบว่ามีเงินบริจาคเข้ามาในมูลนิธิเป็นจำนวนมาก แต่ยังไม่ได้ตรวจสอบว่าเป็นยอดเงินเท่าไร ซึ่งจะต้องตรวจสอบให้ชัดเจนอีกครั้ง

Advertisement

ขณะที่วัดพระบาทน้ำพุ เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลางพร้อมเจ้าหน้าที่ สตง. และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าไปแจ้งแสดงหมายการตรวจค้น และเข้าตรวจค้นบริเวณอาคารรับบริจาคเงินและอาคารต่างๆ พร้อมดูเอกสารการรับบริจาคเงิน โดยมีพระครูสุวัฒน์กิตติสาร เจ้าคณะตำบลเขาสามยอด รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ และนายสมพร โสมะเค็ง ไวยาวัจกร เป็นผู้นำตรวจค้น ซึ่งจากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบสวนกลาง ทราบว่าในวันนี้ลงพื้นที่วัดพระบาทน้ำพุ สนามกีฬาใจฟ้าประชานาถและกรุงเทพฯ รวมทั้งหมด 17 จุด แต่ที่วัดพระบาทน้ำพุ วันนี้ที่เข้าตรวจค้นมีจำนวน 5 จุด ซึ่งจะดูเรื่องเอกสารการบริจาค เส้นทางการเงินว่ามีความผิดปกติอย่างไร

ด้าน พระครูสุวัฒน์กิตติสารเผยว่า อาตมาเพิ่งรักษาการได้เพียง 2 วัน ยังไม่ได้ดูว่าสิ่งของภายในวัดมีอะไรบ้าง เพียงแต่เตรียมตัวที่จะทำความสะอาด จนมีเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจค้นในวันนี้ก่อน ซึ่งอาตมาก็ยินดีให้ตรวจสอบทุกเรื่อง แต่ขณะนี้กังวลและเป็นห่วงแต่เพียงว่า ในวัดพระบาทน้ำพุต่อไปนี้คงจะไม่มีใครเข้ามาบริจาคหรือทำบุญ สิ่งของที่มีอยู่ในปัจจุบันก็จะหมดไป ผู้ป่วยร้อยกว่าชีวิตที่อยู่ในวัดพระบาทน้ำพุ ไม่รวมธรรมรักษ์นิเวศน์ 2 จะอยู่กันได้อย่างไร หรือจะอยู่ได้อีกนานสักเท่าไหร่ ซึ่งจะเป็นปัญหา เพราะคนป่วยคงไม่ค่อยมีใครเอากลับไปบ้าน เพราะคงจะเป็นที่รังเกียจของเขา ตอนนี้ก็ยังไม่ได้ประสานกับหน่วยงานสาธารณสุขให้มาดูแล ซึ่งตนเองเป็นเพียงรักษาการหากเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว ก็จะให้ผู้ที่มีความสามารถ เข้ามาดำเนินการหรือรักษาการแทนต่อไป แต่ระหว่างนี้อาตมายืนยันว่าจะไม่ทิ้งผู้ป่วยแน่นอน


นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เปิดเผยว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้เข้าจับกุมพระราชวิสุทธิประชานาถเมื่อคืนที่ผ่านมา และได้นำตัวไปยังกองปราบปราม ทางจังหวัดได้มอบหมายให้ท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ประกอบด้วย นายปรัชญา เปเปตัง ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ว่าที่ร้อยตรีทรงพล แป้นแก้ว รองผู้ว่าฯราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ส่วนที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่วัดพระบาทน้ำพุ ตำบลเขาสามยอด อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี พร้อมคณะสงฆ์เข้าร่วมบูรณาการตรวจสอบวัดอย่างละเอียดเพื่อการบริหารงานและเงินภายในวัด พร้อมด้วยตรวจสอบยอดจำนวนผู้ป่วยและสิ่งต่างๆ ทรัพย์สินของวัดเพื่อจะได้จัดการให้เรียบร้อยโดยเร็ว

นอกจากนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรีเปิดเผยอีกว่า ขณะนี้ได้รับข้อมูลการตรวจสอบ 5 มูลนิธิของวัดพระบาทน้ำพุแล้ว ทั้ง 5 มูนิธิพร้อมเตรียมตั้งกรรมการชุดพิเศษ 5 ชุดเพื่อตรวจสอบเชิงลึกแต่ละมูลนิธิ เนื่องจากพบว่ามีข้อสังเกตในหลายจุดจึงต้องมีการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญทุกด้านอย่างละเอียดอีกครั้ง แต่จะใช้เวลาบ้างไม่สามารถกำหนดได้ว่าจะเสร็จวันไหน แต่จะเร่งให้เร็วที่สุด เนื่องจากทั้ง 5 มูลนิธิมีทรัพย์สินจำนวนมาก การรายงานถูกต้องหรือไม่จึงต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาตรวจสอบ