ทนายเตรียมหลักทรัพย์ 6 หลัก ประกัน ‘หมอบี’ มั่นใจหลักฐาน ยกคดีเป็นบททดสอบ ทำให้เห็นเพชรแท้

26.08.25 | 13:17 น.

ทนายเผยความชัดเจนเดียวตอนนี้คือ หมอบี ถูกจับ มั่นใจหลักฐานที่มี เตรียมหลักทรัพย์ 6 หลักประกันตัว เชื่ออุปสรรคจะทำให้เห็นเพชรแท้

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 26 สิงหาคม นายกสานติ์ ปัญญาชัยรักษา ทนายความของ นายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือ หมอบี ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนก่อนเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเยี่ยมหมอบีว่า เชื่อมั่นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำตามอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สำหรับคดีนี้ทุกอย่างที่ท่านทำ ทำไปด้วยความเป็นธรรม สัมผัสได้ว่ามีการให้สิทธิผู้ต้องหาอย่างเต็มที่ตามที่ควรจะได้รับ

เมื่อถามว่า หมอบีมีการเตรียมพร้อมที่จะถูกจับวันนี้หรือไม่ ทนายความระบุว่า ตัวทนายบีเข้าใจว่าสักวันหนึ่งจะต้องมีกระบวนการแบบนี้ เรามีหน้าที่ต้องเตรียมข้อมูล เตรียมคำตอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ พยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุน ทั้งนี้ หมอบีไม่ได้กังวลเรื่องใดเป็นพิเศษ เราสู้กันตามรูปคดี

นายกสานติ์กล่าวย้ำว่า เรื่องหลักฐานได้ให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเต็มที่ ไม่ว่าตำรวจต้องการอะไ เราให้มาตั้งแต่ขั้นตอนของการสืบสวนจนมาถึงขั้นนี้ วันนี้เป็นการชี้แจงเพิ่มเติมตามขั้นตอน

Advertisement

วันนี้มีการนำหลักฐานทางทรัพย์สินมายื่นต่อเจ้าหน้าที่เพื่อเป็นการพิสูจน์ถึงที่มาของทรัพย์สินว่าได้มาจากแหล่งใด ที่ผ่านมาตำรวจและส่วนของทีมทนายหมอบีมีการทำงานร่วมกันมาโดยตลอด ยืนยันว่าเอกสารหลักฐานพยานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมีการส่งมอบให้ตำรวจอย่างครบถ้วนแล้ว

ที่ผ่านมาหมอบีระบุถึงความสัมพันธ์กับหลวงพ่ออลงกตว่าเป็นศิษย์อาจารย์กัน ตัวของหมอบีเข้ามาทำงานกับหลวงพ่อด้วยจิตศรัทธา และหลวงพ่อก็ชวนให้หมอบีมาเป็นสะพานบุญ ซึ่งจะปรากฏในสื่อสังคมอยู่แล้ว

ส่วนหลายเหตุการณ์ที่เจออยู่ ณ ขณะนี้ เป็นเหมือนบททดสอบว่าหมอบีเป็นเพชรแท้หรือไม่ พิสูจน์ต่อความดีสิ่งที่ตัวเองทำ ความชัดเจนอย่างเดียวตอนนี้คือหมอบีถูกจับกุมแล้ว เบื้องต้นได้เตรียมหลักทรัพย์มาประมาณ 6 หลักเพื่อเตรียมประกันตัว

นอกจากนี้ ทนายความยอมรับว่า เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา หมอบีได้ปิดบัญชีกสิกรไทยที่มียอดเงินคงเหลือประมาณ 1.5 ล้านบาท ทราบว่ามีการปิดบัญชีดังกล่าว แต่ไม่ทราบว่ายอดเงินดังกล่าวมีการโอนหรือส่งมอบไปยังวัดแล้วหรือไม่ ขอดูรายละเอียดก่อน

ส่วนยอดเงินจำนวน 5 ล้านบาท ที่หลวงพ่ออลงกตบอกว่าหมอบีค้างเงินบริจาคอยู่นั้น เข้าใจว่าเป็นการคลาดเคลื่อนของเอกสารที่ทับซ้อนกัน ส่วนจะจริงหรือไม่นั้น ไม่ขอพูด