ทนายเกิดผล ยันไม่รู้เรื่อง ชื่อ-บัตรปชช. ที่พระอลงกตใช้ รับผิดหวังเหมือนถูกหลอก

26.08.25 | 16:48 น.

‘ทนายเกิดผล’ ยัน! ไม่เคยรู้เรื่องชื่อ-บัตรประชาชนที่ถูกอ้าง ขอพระอลงกต ยอมรับผิดหวัง เหมือนถูกหลอกและอกหัก


จากกรณี การจับกุม หลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย นายเสกสันน์ หรือ “หมอบี” เมื่อคืนที่ผ่านมา ในข้อหาความผิดตามมาตรา 147, 157 และกฎหมายฟอกเงิน ซึ่งสร้างความตกตะลึงและเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคม เนื่องจากหลวงพ่ออลงกตถือเป็นพระนักพัฒนาที่ได้รับการยกย่องมายาวนานกว่า 30 ปี ล่าสุด นายเกิดผล แก้วเกิด หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ทนายเกิดผล” อดีตทนายความวัดพระบาทน้ำพุ ได้ออกมาเปิดใจภายหลังออกรายการโหนกระแส ถึงความรู้สึกและข้อเท็จจริงที่ตนเคยพบเจอ

ต่อมาเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 26 สิงหาคม ที่อาคารมาลีนนท์ ช่อง 3 นายเกิดผล แก้วเกิด อดีตทนายความวัดพระบาทน้ำพุ เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า ย้อนกลับไปตั้งแต่ตนเริ่มทำหน้าที่ทนายความให้วัดพระบาทน้ำพุ ไม่เคยทราบเรื่องชื่อหรือวุฒิการศึกษาของหลวงพ่อมาก่อน มีเพียงประเด็นเรื่องที่ดินที่เคยได้ยินและถูกตั้งข้อสังเกตในเพจต่างๆ แต่ไม่มีใครติดตามอย่างจริงจัง จนกระทั่งกลายเป็นข่าวใหญ่ในครั้งนี้

ทนายเกิดผลกล่าวว่า สิ่งที่สร้างความแปลกใจและสับสนอย่างมาก ไม่ใช่เรื่องทรัพย์สินเงินทองของวัด เพราะตนพอเข้าใจได้ว่าอาจมีการใช้จ่ายไม่ถูกต้องตามขั้นตอน แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดเลยคือการแอบอ้างวุฒิการศึกษา รวมถึงการนำชื่อของผู้อื่นมาใช้ในทางต่างๆ ซึ่งตนยอมรับว่าไม่เข้าใจเหตุผลว่าทำไปเพื่ออะไร

Advertisement

ระหว่างที่ตนทำหน้าที่ทนายความ เคยเอะใจว่าทำไมต้องใส่ชื่อบุคคลอื่นในการซื้อที่ดิน หรือเหตุใดจึงต้องจัดตั้งมูลนิธิจำนวนมาก แต่ก็ไม่ได้รับคำอธิบายชัดเจน ส่วนใหญ่ที่ได้พบเจอคือภาพลักษณ์ด้านดี หลวงพ่อมักพูดถึงการช่วยเหลือผู้อื่น ทำให้ผู้ใกล้ชิดเกิดความอบอุ่นและศรัทธา สำหรับกลุ่มคนรอบตัวหลวงพ่ออลงกต ทนายเกิดผลยืนยันว่าไม่ได้สนิท เพียงแต่พบเจอกันบ้างเวลาไปกราบหลวงพ่อ เดือนละ 1-2 ครั้ง ไม่ทราบถึงฐานะหรืออาชีพจริงๆ ของพวกเขา เพียงแต่เห็นว่ามีส่วนร่วมในกิจกรรมวัด เช่น การบิณฑบาตและการนับเงินบริจาคกับคณะกรรมการ

ส่วนกรณีโอนที่ดินไปเป็นชื่อบุคคลอื่นนั้น ทนายเกิดผลเล่าว่า เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นไปก่อนแล้ว จึงไม่ได้มีโอกาสตักเตือน เพียงแต่เคยได้ยินคำอธิบายจากหลวงพ่อว่า ต้องใช้ชื่อคนอื่นเพื่อรองรับโครงการและวัตถุประสงค์หลายด้าน หากใส่ชื่อวัดหรือมูลนิธิไว้โดยตรง อาจทำให้ขั้นตอนการดำเนินงานยุ่งยาก

อย่างไรก็ตาม ทนายเกิดผลยอมรับว่า รู้สึกเสียใจและผิดหวังกับสิ่งที่เกิดขึ้น เหมือนถูกหลอก หรือคล้ายกับความรู้สึกของคนอกหัก แต่ในใจก็ยังแอบหวังมาตลอดว่าหลวงพ่อจะออกมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้ จนถึงวันนี้ก็ยังไม่สามารถทำใจได้ เพราะภาพที่เคยเห็นคือคุณงามความดี แต่กลับต้องมาพบเรื่องการใช้ชื่อผู้อื่น จึงรู้สึกสับสนและตั้งคำถามกับตัวเองเช่นกัน

ในส่วนก่อนที่ตนจะถอนตัวจากการเป็นทนาย เคยเตือนหลวงพ่อและคณะกรรมการหลายครั้ง ทั้งในการประชุมและทางโทรศัพท์ว่าหากไม่รีบออกมาชี้แจงและนำหลักฐานมายืนยันความบริสุทธิ์ จะต้องถูกดำเนินคดีแน่นอน เพราะข้อหาที่หมอบีและผู้เกี่ยวข้องเผชิญนั้นมีอัตราโทษสูง และยังโยงไปถึงความผิดฐานฟอกเงิน ซึ่งจะตรวจสอบย้อนเส้นทางการเงินทุกอย่าง จึงเตือนเสมอว่าหากไม่แก้ไขเสียแต่เนิ่นๆ ก็หลีกเลี่ยงการถูกจับกุมไม่ได้

ทั้งนี้ ทนายเกิดผลยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า การรับบริจาคตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา มีเงินหมุนเวียนจำนวนมหาศาล ตนเชื่อว่าน่าจะมีบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เพราะหลวงพ่อเพียงลำพังคงไม่สามารถจัดการทั้งหมดได้