บุกรวบ ปธ.นิติบุคคลหมู่บ้าน-ผจก. ติดสินบนจนท.เขตบางขุนเทียน ฉ้อราษฎร์บังหลวง แฉฮุบค่าส่วนกลาง

5.09.25 | 14:18 น.

ตำรวจ ปปป.บุกจับประธานนิติบุคคลหมู่บ้านหรูย่านบางขุนเทียน ติดสินบนเจ้าหน้าที่สำนักงานเขต รวมหัวกันฉ้อราษฎร์บังหลวง ด้านลูกบ้านแฉ พฤติกรรมแสบ แต่งบัญชีทำเอกสารเท็จ ยักยอกเงินส่วนกลางเข้ากระเป๋า ลูกบ้านรายใดขอตรวจสอบเจอตั้งทนายฟ้องปิดปาก เผยวีรกรรมกร่าง กระทืบลูกบ้านคาสำนักงาน


เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 5 กันยายน พ.ต.อ.เพิ่มวุฒิ ประทุมราช ผกก.1 บก.ปปป. นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.1 บก.ปปป. ตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายหลายจุดในพื้นที่ย่านบางขุนเทียน กรุงเทพฯ เพื่อกวาดล้างจับกุมผู้ต้องหาขบวนการนิติบุคคลหมู่บ้านหรู รวมหัวเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตบางขุนเทียน ฉ้อราษฎร์บังหลวง จำนวน 4 ราย

โดยเป้าหมายสำคัญจุดแรกที่เข้าทำการตรวจค้นเป็นบ้านพักภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ย่านบางขุนเทียน แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กทม. ซึ่งเป็นบ้านพักของ นายอลงกรณ์ อายุ 58 ปี ประธานนิติบุคคลหมู่บ้าน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ข้อหาสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือทุจริต และสนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

Advertisement

ทันทีที่เจ้าหน้าที่ไปถึง พบนายอลงกรณ์พักผ่อนอยู่ภายในบ้าน เจ้าหน้าที่จึงแสดงหมายศาลให้เจ้าตัวรับทราบ ก่อนเข้าทำการจับกุม พร้อมพาตัวขยายผลเข้าตรวจค้นภายในบ้านพักและห้องทำงานสำนักงานนิติบุคคลหมู่บ้าน

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.1 บก.ปปป.อีกส่วนหนึ่งยังนำกำลังเข้าตรวจค้นจับกุม น.ส.นิพาภรณ์ อายุ 38 ปี ผู้จัดการนิติบุคคลหมู่บ้านเดียวกับนายอลงกรณ์ ซึ่งมีบ้านพักตั้งอยู่ภายในหมู่บ้านเดียวกัน ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ข้อหาสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือทุจริต และสนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ก่อนคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 รายเดินทางมาทำบันทึกการจับกุมที่ สน.เทียนทะเลตามขั้นตอนกฎหมาย

ในส่วนของผู้ต้องหาที่เหลืออีก 2 ราย เป็น เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตบางขุนเทียน ประกอบด้วย นายยอดชาย อายุ 51 ปี และ นายชาญวิทย์ อายุ 48 ปี ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือทุจริต และเป็นเจ้าหน้าที่รัฐละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ภายหลังทราบเรื่องว่า นายอลงกรณ์ และ น.ส.นิพาภรณ์ ผู้ร่วมขบวนการถูกจับกุมเมื่อข่วงเช้าตรู่ที่ผ่านมา จึงเร่งประสานติดต่อขอเข้ามอบตัวในทันที โดยนัดหมายจะเดินทางมาเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปปป. ที่กองบังคับการกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ในช่วงสายของวันนี้

สำหรับที่มาที่ไปของการเข้าจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 4 รายในวันนี้ สืบเนื่องจากมีผู้ร้องเรียนเข้ามายัง กก.1 บก.ปปป.ว่า ผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ซึ่งมีทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ ทำงานอยู่ในสำนักงานเขตบางขุนเทียน และพลเมืองทั่วไป ร่วมกันกระทำการทุจริต นำรถหลวงหรือทรัพย์สินหลวงมาใช้รับงานหารายได้เสริม หรือหาประโยชน์ให้ตัวเอง จึงจัดกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง จนพบพยานหลักฐานที่บ่งชี้ว่าทั้งหมดได้ร่วมกันกระทำผิดดังกล่าวจริง

โดยแผนประทุษกรรมของผู้ต้องหากลุ่มนี้เริ่มจาก นายอลงกรณ์ และ น.ส.นิพาภรณ์ ประธานและผู้จัดการนิติบุคคลของหมู่บ้าน จ่ายเงินสินบนว่าจ้างให้นายยอดชายและนายชาญวิทย์แอบลักลอบนำรถบีบอัดขยะไฮดรอลิกที่เป็นทรัพย์สินของหลวงมารับจ้างขนกิ่งไม้ขนาดใหญ่ของหมู่บ้านไปทิ้งหรือทำลาย โดยไม่ผ่านการขออนุญาตจากสำนักงานเขต ซึ่งเหตุผลหลักที่นายอลงกรณ์ และ น.ส.นิพาภรณ์เลือกใช้วิธีดังกล่าวเนื่องจากมีต้นทุนถูกกว่าการว่าจ้างรถ 6 ล้อ มาขนกิ่งไม้ที่อาจใช้จำนวนรอบในการขนกิ่งไม้หลายเที่ยว ทำให้มีต้นทุนค่าใช้จ่ายมากกว่า และการรับงานขนกิ่งไม้ของนายยอดชายและนายชาญวิทย์ก็เป็นการรับงานส่วนตัว ไม่ผ่านสำนักงานเขต จึงง่ายต่อการตกแต่งตัวเลขบัญชีค่าใช้จ่ายที่จะนำไปใช้ทำเอกสารเบิกจ่ายเท็จจากบัญชีธนาคารนิติบุคคลหมู่บ้าน เพื่อจะได้นำส่วนต่างที่ได้มาแบ่งกัน

นอกจากนี้ ยังพบว่าการนำรถบีบอัดขยะขยะไฮดรอลิกมาใช้งานขนหรือบีบอัดเศษกิ่งไม้ดังกล่าวถือเป็นการนำมาใช้งานผิดประเภท เนื่องจากรถบีบอัดขยะไฮดรอลิกถูกออกแบบมาเพื่อใช้บีบอัดขยะทั่วไปที่มีความยืดหยุ่นมากกว่าเพื่อให้สามารถขนได้ครั้งละเป็นจำนวนมาก แต่จะไม่เหมาะกับการนำมาใช้บีบอัดกิ่งไม้ที่มีขนาดและความแข็งมากกว่า เสี่ยงเกิดความเสียหายต่อตัวรถหรือทรัพย์สินของหลวงได้

ขณะเดียวกัน จากสอบถามชาวบ้านที่พักอาศัยอยู่ในหมู่บ้านดังกล่าวถึงพฤติกรรมของนายอลงกรณ์ และ น.ส.นิพาภรณ์ พบว่าตั้งแต่นายอลงกรณ์เข้ามาเป็นคณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านปี 2558 จนถึงปัจจุบันมักมีพฤติกรรมตั้งตัวเป็นใหญ่ ทะเลาะกับลูกบ้านเป็นประจำ รวมถึงยังพบว่ามักมีพฤติกรรมจัดทำเอกสารหลักฐานค่าใช้จ่ายเท็จ เพื่อนำมาเบิกเงินส่วนกลางเข้ากระเป๋าตนเอง หรือพยายามตกแต่งบัญชีเท็จเพื่อปกปิดการทุจริตเงินส่วนกลางหมู่บ้าน

กลุ่มลูกบ้านยังเผยอีกว่า ที่ผ่านมาหากลูกบ้านรายใดออกมาเรียกร้องขอตรวจสอบรายรับรายจ่ายของนิติบุคคล หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการบริหารจัดการหมู่บ้าน นายอลงกรณ์ก็จะเกิดความไม่พอใจ และไม่ยินยอมให้เข้ามาตรวจสอบ พร้อมกับจะทำการเบิกเงินส่วนกลางของหมู่บ้านมาว่าจ้างทนายความฟ้องลูกบ้านในความผิดฐานหมิ่นประมาทเพื่อปิดปาก จนทำให้ปัจจุบันมีลูกบ้านถูกนิติบุคคลของหมู่บ้านฟ้องหมิ่นประมาทแล้วกว่า 10 ราย บางรายหนักถึงขั้นถูกตามข่มขู่ ขับรถเฉี่ยว หรือใช้กำลังรุมชกต่อยทำร้ายร่างกายภายในสำนักงาน จนทำให้ทุกวันนี้ลูกบ้านส่วนใหญ่ต้องอยู่กันด้วยความหวาดระแวง