มาตามนัด! ฝ่ายกม.รฟท. หอบเอกสารร้องทุกข์ DSI เอาผิดกลุ่มบุคคล-จนท.รัฐ ยึดที่เขากระโดง 

5.09.25 | 15:43 น.

มาตามนัด! ฝ่ายกม.รฟท. หอบเอกสารร้องทุกข์ DSI เอาผิดกลุ่มบุคคล-จนท.รัฐ ยึดที่เขากระโดง 

เมื่อเวลา 13.40 น. วันที่ 5 กันยายน ที่กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) หรือเจ้าหน้าที่สำนักงานอาณาบาล ได้เดินทางมาถึงกองคดีฯ รวมทั้งสิ้น 3 ราย โดยผู้สื่อข่าวได้พยายามเข้าไปสอบถามขอสัมภาษณ์ประเด็นการร้องทุกข์กล่าวโทษคณะบุคคลที่เข้ายึด รุก ครอบครอง ที่ดินเขากระโดง ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ และ ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ในฐานะหน่วยงานผู้เสียหาย แต่ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่อาณาบาล การรถไฟแห่งประเทศไทย ตอบสั้น ๆ ว่า วันนี้ตนมาตามหนังสือเชิญของดีเอสไอ ก่อนสาวเท้ารีบเดินออกจากวงสัมภาษณ์สื่อมวลชน เพื่อตรงไปยังห้องกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ระหว่างเดินก็ตอบว่า “ตนมาตามหนังสือเชิญของดีเอสไอ เพราะดีเอสไอเชิญตนมาวันนี้” และเมื่อถามต่อว่า “ก่อนหน้านี้ที่มีกระแสข่าวว่า รฟท. ต้องมาตั้งแต่เมื่อวาน (4 ก.ย.) ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร” โดยเจ้าหน้าที่อาณาบาล รฟท. ตอบว่า “ตามหนังสือคือเชิญมาวันนี้ ไม่มีการเลื่อน“ และเมื่อถามว่า ”วันนี้จะมีการร้องทุกข์ใครบ้าง“ เจ้าหน้าที่อาณาบาล รฟท. ตอบว่า ”อาจต้องขอดูรายละเอียดกับทางดีเอสไอก่อน เพราะเป็นเรื่องของพนักงานสอบสวน“ ส่วนเมื่อถามว่า ”กรณีที่พบว่ามีการไปเซ็นรองรับว่าที่ดินไม่ได้อยู่ในการรถไฟฯ นั้น“ , ”มีคนบุกรุกที่หลวง รฟท. จะร้องทุกข์กล่าวโทษอย่างไรบ้าง“ ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่อาณาบาล รฟท. ได้ขออนุญาตยุติการให้สัมภาษณ์ และเดินเข้าห้องกองคดีฯ ทันที

ต่อมาเวลา 14.35 น. ภายหลังเจ้าหน้าที่อาณาบาล สำนักงานอานาบาล การรถไฟแห่งประเทศไทย เข้าให้ข้อมูล รวมถึงการแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนคดีพิเศษเป็นเวลาประมาณ 1 ชม. ก็ได้ออกมาเปิดเผยกับสื่อมวลชนเพียงสั้น ๆ ว่า วันนี้การรถไฟแห่งประเทศไทยมาตามนัดหมาย ตามหนังสือเชิญของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ส่วนการร้องทุกข์กล่าวโทษและฐานความผิดนั้น เรื่องฐานความผิดคงเป็นเรื่องของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่ดำเนินการสืบสวนสอบสวนมา ทางเราเพียงแต่มาให้ถ้อยคำในส่วนที่เกี่ยวข้องของการรถไฟฯ ซึ่งเรายืนยันในเรื่องของกรรมสิทธิ์ที่ดินตามคำพิพากษาศาลฎีกา และคำพิพากษาศาลปกครองทุกส่วน ก็ยืนยันสิทธิหน้าที่ของการรถไฟ ส่วนเรื่องของผู้เกี่ยวข้องก็เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษที่จะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่

เมื่อถามว่าหากมีกลุ่มบุคคลร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐกระทำการครอบครองยึดถือที่ดินนั้น เจ้าหน้าที่อาณาบาล กล่าวว่า คงเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน ส่วนให้ข้อมูลอย่างไรและเจอกี่คนนั้น อันนี้ให้เป็นเรื่องของสำนวน ทางการรถไฟฯ แค่มายืนยันกรรมสิทธิ์ในส่วนของการรถไฟและการได้มา ส่วนกรรมสิทธิ์ดังกล่าวเป็นเรื่องของช่วงปีใดนั้น ก็ตั้งแต่ในหลวงท่านพระราชทานให้เป็นที่ดินของการรถไฟ

Advertisement

เมื่อถามว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ทราบว่ามีกลุ่มคนบุกรุกที่ดินเขากระโดงของทางการรถไฟตั้งแต่เมื่อไรนั้น เจ้าหน้าที่อาณาบาล กล่าวว่า หากเป็นเรื่องรายละเอียดขอให้ไปสอบถามกับกรมสอบสวนคดีพิเศษแทน ส่วนเหตุใดจึงเพิ่งเข้ามาร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีในตอนนี้ ตนต้องเรียนว่าเราดำเนินการมาโดยตลอด ตั้งแต่เริ่มแรก เพียงแต่ไม่ได้เป็นข่าว สิ่งที่เราดำเนินการคือขับไล่

เมื่อถามว่า กรณีว่ามีเจ้าหน้าที่ของการรถไฟไปเกี่ยวข้องอย่างไร หรือไปเซ็นรับรองว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่ใช่พื้นที่ของการรถไฟฯ จนสามารถออกเอกสารสิทธิโฉนดที่ดินได้นั้น เจ้าหน้าที่อาณาบาล กล่าวว่า ขอให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนแทน ซึ่งทราบว่าในสำนวนมีรายชื่อของเจ้าหน้าที่ที่เซ็นรับรองไว้อยู่แล้ว และตนต้องขออนุญาตให้รายละเอียดอยู่ในสำนวนของพนักงานสอบสวน

เมื่อถามว่าพื้นที่ดังกล่าวมีตระกูลดังรวมอยู่ด้วย แต่ทางนั้นก็ยืนยันว่าได้เอกสารโฉนดมาโดยชอบ และผ่านเวลามาเนิ่นนานแล้ว รวมทั้งเมื่อสอบถามว่าเรื่องกรรมสิทธิ์การครอบครองที่ดิน มีการออกโฉนดทับที่การรถไฟ ได้มีการตรวจสอบอย่างไรบ้าง และเมื่อถามว่าในพื้นที่เขากระโดงก็มีการตั้งอยู่ของ 12 หน่วยงานราชการ สรุปแล้วเป็นที่ดินราชพัสดุหรืออย่างไร ปรากฏว่าทุกคำถามที่ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามนั้น เจ้าหน้าที่อาณาบาล ได้ขออนุญาตยุติการให้สัมภาษณ์ และกล่าวขอบคุณสื่อมวลชน แต่เมื่อถามว่าท่านเป็นเจ้าหน้าที่อาณาบาล ดูเรื่องกฎหมาย พอจะให้ข้อมูลสังคมได้หรือไม่เพราะมันจะต้องรักษาสิทธิประโยชน์ ซึ่งเจ้าหน้าที่อาณาบาล ได้ตอบสั้น ๆ ว่า “ดูแลอยู่ครับ ดูแลกับดีเอสไอ” ก่อนตอบปิดท้ายว่า “ขอให้ดีเอสไอดำเนินการตามกฏหมาย” ก่อนยกมือไหว้ขอบคุณสื่อมวลชนและเข้าลิฟต์ลงจากอาคาร

ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่อาณาบาล การรถไฟแห่งประเทศไทย เข้าพบคณะพนักงานสืบสวนดีเอสไอ โดยประสงค์ขอให้ดีเอสไอดำเนินการทางกฎหมายกับกลุ่มบุคคลที่ได้มีการบุกรุก ยึดถือ ครอบครองที่ดินบริเวณเขากระโดงทั้งหมด 4,414 ไร่ รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง ตามประมวลกฎหมายอาญาที่เกี่ยวข้องต่อไป