ตร.ไซเบอร์ บุกโกดังบุหรี่ไฟฟ้า ยึดล็อตมโหฬาร 500,000 ชิ้น มูลค่า 90 ล้าน คนร้ายหนีไปได้

10.09.25 | 14:15 น.

ตร.ไซเบอร์ บุกโกดังบุหรี่ไฟฟ้า ยึดล็อตมโหฬาร 5 แสนชิ้น มูลค่า 90 ล้าน คนร้ายหนีไปได้

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 10 กันยายน ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมืองทองธานี พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) พล.ต.ต.ธรรมนูญ เชาวะวนิชย์ ผบก.ภ.จว.สระบุรี พ.ต.อ.วิศรุตม์ จันทร์สุวรรณ ผกก.1 บก.สอท.2 พ.ต.อ.สุวิทย์ นันทกอบกุล ผกก.สภ.วิหารแดง นายสุเมธ ฤทธิ์เจริญ ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบป้องกันและปราบปราม ร่วมกับ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิต และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลการตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้า กว่า 500,000 ชิ้น มูลค่ากว่า 90 ล้านบาท


สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิตร่วมกันสืบสวนขยายผลการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพฯ จนพบเบาะแสการลักลอบจำหน่ายให้แก่เยาวชนในพื้นที่จังหวัดสระบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง จึงร่วมกันสืบสวนกระทั่งทราบว่าคนร้ายจะใช้รถกระบะตู้ทึบขนบุหรี่ไฟฟ้าไปพักคอยที่โกดังแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอวิหารแดง จังหวัดสระบุรี เพื่อรอส่งให้ลูกค้า

จึงเฝ้าสะกดรอยและประสานตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรีวางกำลังปิดล้อมตรวจค้น แต่ปรากฏว่าผู้ที่อยู่ในโกดัง รวมทั้งคนขับรถไหวตัวทันวิ่งหลบหนีไปตามเส้นทางที่คาดว่ามีการเตรียมไว้ล่วงหน้าแล้ว ตำรวจจึงเข้าตรวจค้นโกดังดังกล่าว พบของกลางบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์บุหรี่ไฟฟ้ารวมกว่า 500,000 ชิ้น จึงนำของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.วิหารแดง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายและขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องต่อไป

Advertisement

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า การปฏิบัติงานครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างกรมสรรพสามิต ตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี และตำรวจไซเบอร์ ซึ่งเป้าหมายการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าส่วนใหญ่จะเป็นเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ซึ่งอยู่วัยเรียน จึงอยากเตือนว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีโทษมากมายที่จะก่อให้เกิดโรคร้ายแรงหลายโรคตามข้อมูลทางการแพทย์ รวมทั้งอยากฝากไปยังผู้ที่ยังรักลอบจำหน่าย และนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า รวมทั้งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องด้วยว่า จะมีความผิดตามกฏหมาย พ.ร.บ.ศุลกากร ซึ่งเป็นคดีความผิดมูลฐานฟอกเงิน ซึ่งตำรวจไซเบอร์จะร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี ตำรวจภูธรภาค 1 ในการขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ต.ธรรมนูญ เปิดเผยว่า จากการสืบสวนขณะนี้ทราบตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งกระบวนการแล้ว ตั้งแต่รถยนต์ที่ใช้ในการขนส่ง คู่สัญญาในการเช่าโกดัง ผู้โอนเงินค่าเช่า ต้นทางส่งสินค้า และปลายทางซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นเจ้าของ โดยอยู่ระหว่างการดำเนินการเพื่อออกหมายจับ รวมทั้งจะมีการตรวจสอบหาสารเสพติดในบุหรี่ไฟฟ้าล็อตดังกล่าวเพิ่มเติมด้วย หากพบก็จะดำเนินการตามกฏหมายที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมต่อไป

นายสุเมธ เปิดเผยว่า จากการตรวจคาดว่าการลักลอบนำบุหรี่ไฟฟ้าล็อตนี้เข้ามา เป็นการทยอยลักลอบปะปนมากับสินค้าที่นำเข้าทางเรือจากต่างประเทศโดยการสำแดงเท็จ เพราะมีการนำเข้ามาจากหลายแหล่งเพื่อนำมาพักไว้ในโกดังดังกล่าวและส่งต่อไปยังผู้ขายในพื้นที่หลายจังหวัด โดยขณะนี้ให้เจ้าที่ตำรวจสืบสวนขยาบผลต่อไป