ตร.บุกทลายแก๊งคอล 13 จุดในไทย รวบนายทุนจีน-คนไทย 13 คน ตุ๋นเทรดหุ้น สูญ 600 ล้าน

11.09.25 | 13:42 น.

ปอท. ทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 13 จุดในไทย ตุ๋นเทรดหุ้น รวบนายทุนจีน-อดีตเมียคนไทย กับพวกอีก 13 คน พบความเสียหายกว่า 600 ล้าน


เมื่อวันที่ 11 กันยายน พล.ต.ต.อธิป พงษ์ศิวาลัย ผบก.ปอท. พ.ต.อ.สุพจน์ พุ่มแหยม ผกก.2 บก.ปอท. พ.ต.ท.นิธิ ตรีสุวรรณ รอง ผกก.2 บก.ปอท. พ.ต.ต.ลัทธพล อัครปัญญา สว.(สอบสวน) กก.2 บก.ปอท. แถลงข่าวผลปฏิบัติการ “9.9 Fake Company” กวาดล้างจับกุมขบวนการหลอกลงทุนเทรดหุ้นผ่านเว็บไซต์ปลอม

พล.ต.ต.อธิปกล่าวว่า ตำรวจปอท.นำกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 13 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ จ.นนทบุรี จ.ปทุมธานี และ จ.เชียงใหม่ สามารถจับกุม นายหวัง (MR.WANG) อายุ 40 ปี สัญชาติจีน หัวหน้าขบวนการ พร้อม น.ส.ริญญภัสร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี อดีตภรรยาของนายหวัง และ พวกอีก 13 ราย พร้อมอายัดตัวผู้ต้องหาในเรือนจำดำเนินคดีเพิ่มอีก 1 ราย ทั้งหมดเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน , ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น , นำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ, สมคบฟอกเงิน และร่วมกันเป็นอั้งยี่”

Advertisement

พร้อมตรวจยึดของกลาง รถยนต์หรู 9 คัน, กระเป๋า และเครื่องประดับแบรนด์เนม อีก 40 รายการ, เงินสดหลายสกุล มูลค่ารวมประมาณ 300,000 บาท, โทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 29 รายการ, สมุดบัญชีธนาคาร บัตร ATM กว่า 100 รายการ, ซิมการ์ด 10 ซิม และพระเครื่อง 23 องค์ รวมทรัพย์สินทั้งหมดกว่า 21 ล้านบาท

พล.ต.ต.อธิปกล่าวอีกว่า โดยแผนประทุษกรรมของผู้ต้องขบวนการนี้ จะเริ่มจากเปิดเพจเฟซบุ๊กโพสต์ข้อความโฆษณาชักชวนผู้คนให้นำเงินมาร่วมลงทุนเทรดหุ้นผ่านเว็บไซต์ ซึ่งเป็นเว็บไซต์ปลอมที่ทำขึ้นมา เมื่อมีผู้สนใจก็ดึงเข้ากลุ่ม LINE OPENCHAT ซึ่งภายในกลุ่มจะมีหน้าม้าแฝงตัวกว่า 100 คน คอยเข้ามาทำหน้าที่พูดคุย แนะนำการลงทุน และสร้างความน่าเชื่อถือ ช่วงแรกผู้เสียหายจะสามารถถอนเงินได้จริง เพื่อสร้างความมั่นใจ แต่หลังจากโอนเงินลงทุนเพิ่ม กลับไม่สามารถถอนออกได้ รวมถึงไม่สามารถติดต่อผู้ดูแลกลุ่มได้

พล.ต.ต.อธิปกล่าวด้วยว่า สำหรับรูปแบบการแบ่งหน้างานของผู้ต้องหาขบวนการนี้ จะมีด้วยการหลายหน้าที่ อาทิ กลุ่มจัดหาบัญชีม้านิติบุคคล รับโอนเงินจากเหยื่อกลุ่มถอนเงินสดจากธนาคาร และส่งต่อให้หัวหน้าขบวนการ กลุ่มล่ามและประสานงานกับชาวจีนผู้บงการ สุดท้ายกลุ่มฟอกเงิน ดูแลเส้นทางการเงินและการเบิกถอน ในส่วนของค่าจ้างนั้นจะได้รับเป็นเปอร์เซ็นต์จากยอดเบิกถอน หรือเป็นค่าตอบแทนต่อครั้ง 1,000-10,000 บาท ขึ้นอยู่กับหน้าที่

“ที่ผ่านมามีผู้ตกเป็นเหยื่อถูกหลอกเงินหลายราย เฉพาะข้อมูลในระบบแจ้งความออนไลน์ พบว่าเครือข่ายนี้เกี่ยวข้องกับ 265 คดี ความเสียหายรวมกว่า 654 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นการหลอกลงทุนเทรดหุ้นออนไลน์ และมีการแอบอ้างชื่อบุคคลผู้มีชื่อเสียงทางการลงทุนหลายท่าน” พล.ต.ต.อธิปกล่าว

ด้าน พ.ต.อ.สุพจน์กล่าวว่า จากการสอบสวน นายหวัง และ น.ส.ริญญภัสร์ ให้การปฏิเสธ แต่ยอมรับว่าเคยไปรับเงินสดตามคำสั่งของบุคคลชาวจีนอีกคนหนึ่ง ส่วนผู้ต้องหาคนไทยหลายรายยอมรับข้อเท็จจริงบางส่วน เช่น การเบิกถอนเงินสด และส่งมอบให้เครือข่าย

พ.ต.อ.สุพจน์กล่าวต่อว่า คดีนี้กลุ่มคนร้ายจะอาศัยช่วงเวลาที่ผู้เสียหายไปโอนเงินที่ธนาคาร จะนัดหมายให้คนถือบัญชีส่วนบุคคลไปรอที่ห้างสรรพสินค้า หรือร้านกาแฟ จากนั้นมีการส่งสัญญาณให้โอนเงินตามนัด เงินจะเด้งเข้าบัญชี แล้วถอนออกภายใน 2 นาที เพื่อนำเงินสดไปส่งมอบให้ผู้ร่วมขบวนการรายอื่น นำไปแปลงเป็นคริปโตส่งต่อนายทุน

พ.ต.อ.สุพจน์กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้กลุ่มคนร้ายยังมีการนำบัญชีม้าที่เป็นนิติบุคคล ซึ่งสามารถอำพรางการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ได้เป็นอย่างดี และยังสร้างความน่าเชื่อจากผู้เสียหายกว่าการใช้บัญชีม้ารายบุคคลเหมือนที่ผ่านๆ มา เพราะการใช้บัญชีที่เป็นนิติบุคคลนั้นไม่ต้องสแกนหน้าของบุคคลที่จะมาโอน หรือถอนเงินจากบัญชีได้ โดยบัญชีนิติบุคลเหล่านี้ กลุ่มคนร้ายจะไปซื้อจากบริษัทนิติบุคคลเก่าๆ ที่เลิกกิจการไปแล้ว หรือว่าอาจไปซื้อมาเปลี่ยนชื่อกรรมการผู้มีอำนาจเบิกถอนซึ่งก็อยู่ในกลุมคนร้ายนั่นเอง