อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ชี้ ‘คุกไม่ใช่สิ่งแปลกปลอม’ เผยแนวคิด จัดทำหนังสือ ‘ชำระประวัติศาสตร์ราชทัณฑ์’ และ ‘กรมราชทัณฑ์ใต้ร่มพระบารมี’ เพื่อรู้รากเหง้า สร้างอนาคตการพัฒนา
เมื่อวันที่ 12 กันยายน ที่ร้านหับเผย@ริมน้ำนนท์ จังหวัดนนทบุรี กรมราชทัณฑ์ ร่วมกับ สำนักพิมพ์มติชน จัดเสวนา “110 ปี กรมราชทัณฑ์ จากยุคจารีตสู่ยุคศิวิไลซ์” ในโอกาสเปิดตัวหนังสือ “ชำระประวัติศาสตร์ราชทัณฑ์” และ “กรมราชทัณฑ์ใต้ร่มพระบารมี” โดยมีวิทยากร ได้แก่ นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์, ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ อดีตรองปลัดกระทรวงยุติธรรม , ผศ.ดร.ศรัญญู เทพสงเคราะห์ เจ้าของผลงาน “รัฐราชทัณฑ์” ดำเนินรายการโดย นายกษิดิศ อนันทนาธร อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
นายสหการณ์กล่าวว่า แนวคิดในการจัดทำหนังสือ “ชำระประวัติศาสตร์ราชทัณฑ์” มาจากตั้งแต่ครั้งที่เข้ามาทำงานที่กรมราชทัณฑ์ในปีแรก เมื่อได้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ราชทัณฑ์ ได้เจอหนังสือที่อดีตผู้บริหารกรมราชทัณฑ์ได้รวบรวมไว้ จึงมีแนวคิดที่ว่า ถ้าเราได้รวบรวมหลักวิชาการ นำทุกแง่มุมมานำเสนอ ก็จะเป็นประโยชน์ต่อสังคมไทย

“หากสังคมไทยได้รู้รากเหง้าของตัวเอง จะเป็นการต่อยอด กิ่ง ก้าน ใบให้กับตัวเอง เป็นประโยชน์ต่อตนเองนำไปสู่การพัฒนาที่ไม่หยุดยั้ง” นายสหการณ์กล่าว
นายสหการณ์กล่าวต่อไปว่า พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้สถาปนากรมราชทัณฑ์ขึ้นเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ.2458 โดยรวมการคุก กองมหันตโทษ และลหุโทษ กับเรือนจำทั้งหลายที่กล่าวไว้ ในพระราชบัญญัติลักษณะเรือนจำ ร.ศ.120 ขึ้นเป็นกรมหนึ่งเรียกว่ากรมราชทัณฑ์ สังกัดกระทรวงนครบาล มีอธิบดีเป็นผู้บังคับบัญชา โดยพระราชทานตราอธิบดีกรมราชทัณฑ์ รูปเทวดานั่งแท่นถือไม้เท้า
จากนั้น นายสหการณ์กล่าวถึงพัฒนาการการลงโทษประหารชีวิต อาทิ พ.ศ.2478 ประหารสิบเอกสวัสดิ์ มะหะหมัด ด้วยการยิงเป้า โดยเป็นการประหารด้วยปืนเป็นคนแรกของไทย

“ในพิพิธภัณฑ์ราชทัณฑ์ก็มีปืนที่ใช้ประหารจัดแสดง รวมถึงการฉีดยาพิษ เพื่อทำให้เห็นพัฒนาการต่างๆ ที่เกิดขึ้นในกรมราชทัณฑ์ ทั้งตัวบุคคลและแนวคิดจากยุคจารีต จนมาสู่ยุคศิวิไลซ์ ให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชน จนสามารถพัฒนาคุณภาพของคนให้เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า” นายสหการณ์กล่าว
นายสหการณ์กล่าวว่า จากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ชี้ว่าคุกไม่ใช่สิ่งแปลกปลอมในสังคม เราไม่สามารถหนีจากคุกได้ เพราะมันอยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน

“ปัจจุบันมีผู้พ้นโทษออกไปกว่า 2 แสนคน หากก่อปัญหาอีกก็เป็นความเดือดร้อนมหาศาล หากไปแล้วมีคุณภาพที่สามารถเปลี่ยนแปลงสู่สังคมได้
หากเป็นไปได้ ผมหวังว่าอยากให้มีหน่วยงานให้มีมาดู เมื่อคนที่พ้นโทษไปแล้ว ต้องมีกระทรวงที่เข้ามาดู ซึ่งเราหวังมา 110 ปีแล้ว
ขอขอบคุณผู้บริหารมติชน คุณขรรค์ชัย บุนปาน ประธานบริษัท และคุณปานบัว บุนปาน ประธานกรรมการ ที่ได้ส่งทีมงานที่เชี่ยวชาญในด้านประวัติศาสตร์มาเคียงบ่าเคียงไหล่กับกรมราชทัณฑ์ในการเขียนหนังสือ 2 เล่ม เป็นระยะเวลากว่า 2 ปี” นายสหการณ์กล่าวทิ้งท้าย




