ราชทัณฑ์ยัน ทักษิณไม่ได้เลี้ยงพิซซ่านักโทษ ชี้ อยู่แดนพยาบาล-ยังไม่ได้เป็นผู้ช่วยเรือนจำ

17.09.25 | 10:29 น.

ราชทัณฑ์ยัน ทักษิณไม่ได้เลี้ยงพิซซ่านักโทษ ชี้ อยู่แดนพยาบาล-ยังไม่ได้เป็นผู้ช่วยเรือนจำ

รองโฆษกกรมราชทัณฑ์ยืนยัน ทักษิณไม่ได้เลี้ยงพิซซ่านักโทษ-ผู้คุมเรือนจำกลางคลองเปรม หลัง วัชระ ปูดประเด็นเลี้ยงพิซซ่าผบ.คุกคลองเปรม ระบุ เป็นการสั่งซื้อของบุคคลภายนอก เลี้ยงอาหารเจ้าหน้าที่ตำรวจ-ผู้คุมที่มาปฏิบัติงานในวันเสาร์ 13 กันยายน คอยอำนวยความสะดวกจราจรหน้าเรือนจำ

ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณีเมื่อวันที่ 16 กันยายน นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งถูกจำคุกอยู่ในแดนพยาบาล เรือนจำกลางคลองเปรม ได้มีการเลี้ยงพิซซ่ายี่ห้อดังให้แก่นักโทษและเจ้าหน้าที่เรือนจำฯ กว่า 6,500 คน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการใช้เงินเกินกว่า 500 บาท ตามระเบียบของเรือนจำฯ สามารถทำได้หรือไม่ และเป็นเรื่องที่ทางราชการควรอนุญาตให้ทำหรือไม่ จึงต้องการคำตอบจากนายเผด็จ หริ่งรอด ผู้บัญชาการเรือนจำกลางคลองเปรม นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ตามที่มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อวันที่ 17 กันยายน นางกนกวรรณ จิ๋วเชื้อพันธุ์ ผบ.เรือนจำจังหวัดนนทบุรี ในฐานะรองโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า จากกรณีประเด็นดังกล่าว ตนได้รับรายงานจากนายเผด็จ หริ่งรอด ผบ.เรือนจำกลางคลองเปรม ทราบความว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 13 กันยายน นายทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้มีการเลี้ยงพิซซ่าแก่นักโทษและเจ้าหน้าที่เรือนจำฯ แต่เป็นการซื้อของบุคคลภายนอกที่ได้ซื้อเลี้ยงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้คุมเรือนจำฯ ที่มาช่วยดูแลความปลอดภัย การจราจร และอำนวยความสะดวกด้านหน้าเรือนจำกลางคลองเปรมจำนวนมาก บุคคลภายนอกจึงสั่งซื้อพิซซ่าไว้เป็นเมนูอาหารรับประทาน

นางกนกวรรณกล่าวว่า ส่วนนี้คือข้อเท็จจริงทั้งหมดซึ่งได้รับการยืนยันจาก ผบ.เรือนจำกลางคลองเปรม ว่า ไม่มีความเกี่ยวข้องกับนายทักษิณแต่อย่างใด ส่วนการตั้งข้อสังเกตว่า สรุปแล้ว ผู้ต้องขังสามารถให้ญาติสั่งซื้อของกินจากข้างนอกมาเลี้ยงเพื่อนผู้ต้องขังในเรือนจำ/ในแดนขัง ได้หรือไม่นั้น ในมุมมองของตน ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับการพิจารณาอนุญาตของผู้บัญชาการเรือนจำนั้นๆ หากเป็นวาระสำคัญ นานๆ ครั้ง เช่น เทศกาลปีใหม่ หรือวันเกิด และไม่ได้เป็นพฤติกรรมการสร้างอิทธิพล ผู้บัญชาการเรือนจำก็อาจจะพิจารณาอนุญาต

Advertisement

“แต่มันจะไม่ใช่การอนุญาตเป็นประจำขนาดนั้น เพราะโดยปกติจะไม่ค่อยอนุญาต เพื่อเป็นการป้องกันการสร้างอิทธิพลในเรือนจำด้วย แต่ถ้าอนุญาตก็เป็นการอนุญาตเพียงเล็กน้อย เพื่อให้เป็นความสุขแก่เพื่อนผู้ต้องขัง และเป็นการให้แก่กันและกันบ้าง แต่ถ้าบุคคลใดมีการซื้อแจกเพื่อนผู้ต้องขังอย่างเป็นประจำ เจ้าหน้าที่ผู้คุมในเรือนจำก็จะจับตาเฝ้าระวังเป็นพิเศษอยู่แล้ว เพื่อไม่เป็นการสร้างอิทธิพล” นางกนกวรรณกล่าว

นางกนกวรรณเปิดเผยอีกว่า ส่วนกรณีที่นายทักษิณยังคงอยู่ในแดนพยาบาล กิจวัตรส่วนใหญ่ยังคงชอบอ่านหนังสือ โดยในส่วนของเรื่องสุขภาพ วานนี้ (16 กันยายน) เรือนจำกลางคลองเปรม ได้มีการคัดกรองด้วยวิธีการเอกซเรย์ ซึ่งจะนำรถเอกซเรย์เคลื่อนที่ หรือที่เรียกกันว่ารถโมบายเอกซเรย์พระราชทาน เข้าเอกซเรย์ปอดให้กับผู้ต้องขัง เพื่อคัดกรองเรื่องวัณโรคเชิงรุกให้กับผู้ต้องขังรับใหม่ ซึ่งนายทักษิณก็ได้รับการเอกซเรย์ปอดเรียบร้อยแล้ว ทราบว่าเรือนจำฯ มีการเอกซเรย์ปอดกว่า 100 ราย ถือเป็นขั้นตอนปกติในการดำเนินการตรวจสุขภาพให้แก่ผู้ต้องขัง หลังจากนี้เพียงรอแพทย์นัดฟังผลการเอกซเรย์ว่าจะมีผลเป็นอย่างไรบ้าง อีกทั้งกรณีเป็นผู้สูงอายุก็จะได้ตรวจสุขภาพไปด้วย

นางกนกวรรณกล่าวว่า แต่โดยรวมสุขภาพร่างกายของนายทักษิณยังคงไม่มีอะไรน่าเป็นกังวล ส่วนการเยี่ยมญาติ จะเกิดขึ้นสองครั้งต่อสัปดาห์ คือ วันจันทร์ (รอบบ่าย) และวันพฤหัสบดี (รอบเช้า) จึงทำให้วันนี้จะยังไม่มีการเยี่ยมญาติในส่วนของนายทักษิณ ทั้งนี้ การจะให้นายทักษิณเป็นผู้ช่วยเรือนจำด้านงานวิชาการ ในตอนนี้ยังไม่เกิดขึ้น ต้องรอสักระยะก่อน ส่วนญาติและครอบครัว หากประสงค์สอบถามเรื่องสิทธิประโยชน์ของผู้ต้องขังเด็ดขาด ไม่ว่าจะเรื่องการพักการลงโทษ หรือประการอื่นใด ก็สามารถดำเนินการสอบถามกับทางเรือนจำได้เป็นปกติ ถือเป็นสิทธิของผู้ต้องขังเด็ดขาดทุกรายอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในวันนี้ทนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัวของนายทักษิณ ชินวัตร จะไม่ได้เดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณ แต่อย่างใด โดยจะเข้าเยี่ยมอีกครั้งพร้อมกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวคนเล็กของนายทักษิณ และครอบครัว ในช่วงเช้าของวันพฤหัสบดีที่ 18 กันยายน แทน