แม่ค้าขายพระเครื่องออนไลน์ร้องสืบนครบาล ตามหาแม่ผู้ให้กำเนิด พบเบาะแสลุงที่โคราช เผยเสียชีวิตตั้งแต่ปี 59 ที่ขอนแก่น เจ้าตัวกอดภาพหน้าศพ
เมื่อวันที่ 21 กันยายน ชุดสืบสวน กก.สส.3 บก.สส.บช.น. รับแจ้งจาก น.ส.นาราภัทร แม่ค้าขายพระเครื่องของออนไลน์ ผู้เสียหายว่า มารดา ชื่อโสภา ถูกสวมบัตรประชาชน เนื่องจากตนไม่ได้พบเจอมารดาเป็นเวลาหลายปี จึงได้ไปยื่นคำร้องที่เขตบึงกุ่ม เพื่อขอคัดทะเบียนราษฎร์ ตามสูติบัตรของตน กลับพบว่าเลข 13 หลักของมารดาตนเป็นบุคคลคนอื่น ตั้งแต่เมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา เบื้องต้นยืนยันจะดำเนินคดีกับบุคคลที่แอบอ้างเลข 13 หลัก ของมารดา จึงได้ประสานกับสืบนครบาลผ่านสิงโตนำจับ และรับเรื่องไว้ และผู้แจ้งมีเพียงรูปถ่ายของมารดาตนเท่านั้นที่แจ้งให้กับเจ้าที่สืบนครบาลว่าบุคคลในภาพเก่าเป็นมารดาของตน

ต่อมาจากการตรวจสอบแล้ว พบว่าบุคคลที่ผู้เสียหายได้ทำการร้องเรียนมานั้นมิได้มีการสวมสิทธิแต่อย่างใด ทางเจ้าที่สืบนครบาลจึงได้ทำการประสานกรมการปกครองตรวจสอบอย่างละเอียดจนได้พบว่า สูติบัตรของผู้ร้องเรียนนั้นมีชื่อบิดาและมารดาของผู้ร้องเรียนตรงกับชื่อที่แจ้งไว้จริง แต่มีเพียงเลข 13 หลักของมารดาของผู้ร้องเรียนไม่ตรงกับที่แจ้งไว้ เนื่องจากชื่อของมารดาของผู้ร้องเรียน เป็นชื่อซ้ำซ้อนทางระบบทะเบียนราษฎร์เป็นจำนวนหลายคน
เจ้าที่ตำรวจสืบนครบาลจึงได้ทำการสืบสวนต่อจนกระทั่งพบว่า ครอบครัวมารดาของผู้ร้องเรียนเสียชีวิตหลายคน เหลือแต่เพียงพี่ชายของมารดาของผู้ร้องเรียนยังมีชีวิตอยู่ อยู่ในจ.นครราชสีมา จึงได้ประสานงานกับผู้ร้องเรียนให้ไปพบผู้ใหญ่บ้านและประสานงานจนพบพี่ชายของมารดาผู้ร้องเรียน

จนกระทั่งวันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา ชุดสืบสวนนครบาล ได้ไปพาผู้เสียหายไปหาผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 บ้านหนองตะไก้ อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา จึงได้พาไปพบกับพี่ชายของมารดาชื่อว่า นายคมกฤษณ์ มีศักดิ์เป็นลุง นายคมกฤษณ์ได้แจ้งกับผู้ร้องเรียนว่า มารดาของผู้ร้องเรียนเสียชีวิตไปตั้งแต่ปี 2559 และบอกว่าจะพาผู้เสียหายไปบ้านสามีใหม่ของมารดาผู้เสียหาย จนกระทั่งในวันที่ 21 กันยายน นายคมกฤษณ์จึงได้พาเดินทางไปที่บ้านสามีใหม่ของน้องสาว ตั้งอยู่ที่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นสถานที่ที่แม่ของผู้เสียหายเสียชีวิตที่นั้น จากนั้นจึงนิมนต์สามีใหม่แม่ที่บวชเป็นพระ มาบอกความจริงและนำภาพหน้าศพแม่มาให้ดูว่าเสียชีวิตแล้ว
ด้านน.ส.นาราภัทร หรือไฟต์ ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้พ่อแม่มีปัญหาแยกทางกันไป จนกระทั่งลูกของตนเองถามว่ายายอยู่ไหน จึงได้เริ่มต้นติดตามหา จ้างทนายและนักสืบก็ไม่พบ ตลอดระยะเวลาที่ตามหาแม่ 10 กว่าปี ภาพนี้เป็นภาพแรกที่ถ่ายคู่กับคุณลุงที่เป็นพี่ชายของคุณแม่ ความรู้สึกต่างๆ เริ่มเปลี่ยน เมื่อเริ่มได้รับรู้ความจริงเรื่องราวต่างๆของคุณแม่ ฟังจากคุณลุงเล่าว่าคุณแม่ได้ป่วย เสียไปแล้วตั้งแต่ปี 2559 ความรู้สึกของหนูตอนนั้นที่ไม่ได้ตั้งตัว เตรียมใจไปยอมรับ คือมันรู้สึกจุกแบบพูดไม่ออก มีทั้งความรู้สึกดีใจที่ได้เจอลุงแท้ๆในสายเลือดทางแม่ และความรู้สึกเสียใจที่ไม่มีโอกาสได้พบเจอแม่แท้ๆ ไม่มีโอกาสได้กอด ได้ร่ำลากันเลย เจออีกครั้งก็เป็นเพียงรูปภาพที่แม่เสียแล้ว วันนี้คำถามที่หนูเคยสงสัยว่าแม่อยู่ที่ไหน ทำอะไร กับใคร ยังสบายดีไหม ทุกอย่างที่หนูสงสัยวันนี้หนูได้รับรู้ความจริงแล้ว
“ถ้าไม่ได้พี่ๆสืบนครบาลช่วยหาข้อมูลคุณแม่ หนูคงยังต้องไปรอแม่ที่บ้านโคกมะม่วง ที่จ.บุรีรัมย์ ไปตลอดชีวิต ทุกครั้งที่หนูผ่านเส้นนั้น หนูจะไปตามหาแม่ที่นั้นตลอด แต่ไม่เคยได้คำตอบเลย วันนี้หนูขอบพระคุณพี่ๆสืบนครบาลที่ช่วยให้หนูได้พบแม่ ถึงแม่จะเป็นเพียงแค่รูปภาพ แต่หนูก็ได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของคนอุ้มท้องหนูแล้วนะคะ ทุกอย่างไขข้อสงสัย และหนูได้คำตอบทุกอย่างแล้ว ขอบพระคุณพี่ๆสืบนครบาลอีกครั้งนะคะที่ทำให้ความฝันของหนูที่อยากพบเจอแม่ จนเป็นจริง ถึงจะเป็นเพียงรูปภาพ แต่มันมีค่าและสำคัญกับหนูที่สุดในชีวิต” ผู้เสียหาย กล่าว


