ป.ป.ส.จับมือขนส่งพัสดุ สกัดกั้นไอซ์ 240 กก.-รวบกระบะทำ ช่องลับ ซุกซ่อนไอซ์ 120 กก.

22.09.25 | 14:53 น.

 ป.ป.ส.  จับมือผู้ประกอบการขนส่งพัสดุสกัดกั้นไอซ์ 240 กก. และสืบสวนทลายเครือข่ายรถกระบะทำช่องลับซุกซ่อนไอซ์ 120 กก.

เมื่อวันที่ 22 ก.ย.  ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ปปส.) พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ (เลขาธิการ ป.ป.ส.) พร้อมด้วย นายปฤณ เมฆานันท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส., นาวาเอก บรรพต นิธิณัฐอาภาศิริ รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ, น.อ.เอกวิทย์ โชติเชย รองผู้บังคับการกรมทหารสารวัตรทหารอากาศ สำนักงานผู้บังคับทหารอากาศดอนเมือง, พล.ต.ไพฑูรย์ บูรณศักดิ์ หัวหน้าศูนย์ข่าวยาเสพติด ฝ่ายข่าวศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก และ พ.อ.(พ.) พิรุฬสิระ เอี่ยมมาลา ผู้บังคับหน่วยข่าวกรองทางทหาร สนับสนุนหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ แถลงผลการจับกุม 2 คดี

พล.ต.ท.ภาณุรัตน์  กล่าวต่อว่า สำหรับคดีแรกวันที่ 17 กันยายน 2568 ยึดไอซ์ 240 กก. ซุกซ่อนในกล่องพัสดุ 12 กล่อง เหตุเกิดที่ บ้านเช่าในพื้นที่ ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจาก สำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. สืบสวนเครือข่ายลักลอบส่งยาเสพติดผ่านพัสดุภัณฑ์ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยในวันที่ 15 กันยายน 2568 ผู้ประกอบการขนส่งพัสดุได้แจ้งมายังเจ้าหน้าที่ว่า มีพัสดุต้องสงสัยที่อาจจะซุกซ่อนยาเสพติด เตรียมจัดส่งไปยังพื้นที่ภาคใต้

จึงประสานมายังสำนักปราบปรามยาเสพติด เพื่อดำเนินการตรวจสอบพัสดุต้องสงสัยดังกล่าว ตนจึงมอบหมายให้ นายปฤณ เมฆานันท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. สั่งการชุดปฏิบัติการ สืบสวนขยายผลเกี่ยวกับพัสดุต้องสงสัยดังกล่าว กระทั่งวันที่ 17 กันยายน 2568 เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพัสดุต้องสงสัย พบไอซ์ 120 กก.บรรจุในกล่องพัสดุ จำนวน 6 กล่อง ที่ บริษัทขนส่งพัสดุเอกชนในพื้นที่ จ.สงขลา

จากนั้น สำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับ สำนักงาน ปปส. ภาค 9, ชปส.ภ.9, ศอ.ปส.ทร. และ ศปก.ทบ. ดำเนินการขออนุมัติครอบครองยาเสพติดภายใต้การควบคุม (CD) เพื่อขยายผลไปยังผู้รับพัสดุดังกล่าว ขณะเจ้าหน้าที่เฝ้าสังเกตการณ์พบเหตุต้องสงสัยเนื่องจากพบว่า ผู้นำส่งพัสดุ (ที่ซุกซ่อนยาเสพติด) ได้นำส่งพัสดุดังกล่าวไปส่งไว้ที่บ้านเช่าในพื้นที่ ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา (ซึ่งไม่ตรงกับที่อยู่ที่ระบุไว้บนกล่องพัสดุ) เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเพื่อขอตรวจสอบ พบไอซ์ 120 กก. ในพัสดุ 6 กล่อง

Advertisement

จากนั้นขยายผลตรวจค้นภายในบ้านเช่า พบไอซ์เพิ่มเติมอีก 120 กก. บรรจุในกล่องพัสดุ 6 กล่อง รวมของกลางไอซ์ทั้งหมด 240 กก. (ในพัสดุ 12 กล่อง) ผู้นำส่งพัสดุให้การว่า ได้รับคำสั่งให้ไปส่งพัสดุที่ซุกซ่อนยาเสพติดที่บ้านเช่าหลังดังกล่าว

จากการตรวจสอบข้อมูล พบว่า ห้วงเดือนกรกฎาคม – กันยายน 2568 เครือข่ายดังกล่าวลักลอบส่งพัสดุมาแล้ว 3 ครั้ง (รวมครั้งที่จับกุม) น้ำหนักรวม 350 กก. ต้นทางพัสดุ อ.บ้านแพง จ.นครพนมปลายทาง
อ.สะเดา จ.สงขลา คาดว่าเป็นยาเสพติดที่เตรียมส่งต่อไปยังประเทศที่สาม

พล.ต.ท.ภาณุรัตน์  กล่าวอีกว่าสำหรับ คดีที่ 2 เกิดขึ้นวันที่ 20 – 21 กันยายน 2568 สำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก (ศปก.ทบ.), ตำรวจภูธรภาค 5, ศอ.ปส.สน.บก.บก.ทท., ศอ.ปส.ทอ., ชปพ.ศอ.ปส.ทร. (นสร.กร.) และ หน่วยข่าวกรองทางทหาร กองทัพบก( ขกท.ทบ.) สกัดรถยนต์กระบะวีโก้ตอนเดียว ทำช่องลับซุกซ่อนไอซ์ 120 กก. ซึ่งถูกจอดทิ้งไว้ในป่าข้างทาง (คนขับหลบหนี) บริเวณพื้นที่ อ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร

ต่อเนื่อง ติดตามจับกุมผู้ต้องหา 1 คน ที่มีบทบาทขับรถรถยนต์นำทาง บริเวณพื้นที่ อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร

ได้มอบหมายให้ นายปฤณ เมฆานันท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. สั่งการชุดปฏิบัติการ ดำเนินการสืบสวนเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ ซึ่งใช้รถกระบะทำช่องลับลำเลียงยาเสพติดจากชายแดน อ.แม่สาย จ.เชียงราย-พื้นที่ตอนใน เนื่องจากพบว่าเครือข่ายดังกล่าวมีพฤติการณ์ลักลอบลำเลียงอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือนกันยายน 2567 – ปัจจุบัน สามารถจับกุมเครือข่ายดังกล่าวรวม 5 คดี (รวมครั้งล่าสุด) จับกุมผู้ต้องหารวม 17 คน (ผู้ต้องหาในคดีหลัก 13 คน จับกุมตามหมายจับ 4 คน) ยาเสพติด คือ เฮโรอีน 91.7 กก., คีตามีน 250 กก., ไอซ์ 165 กก., ยาบ้า 600,000 เม็ด ตรวจยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 115 ล้านบาท

พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ ยังกล่าวว่า ประสานงานดังกล่าวถือเป็นความร่วมมืออันดีจากผู้ประกอบการขนส่งพัสดุที่มีส่วนในการสกัดกั้นการลักลอบขนส่งยาเสพติดผ่านทางพัสดุภัณฑ์ อันเป็นผลมาจากที่ สำนักงาน ป.ป.ส. ได้จัดให้มี การประชุมเชิงปฏิบัติการ “เพิ่มพูนความรู้ให้ผู้ประกอบการ ในด้านการสกัดกั้นการลักลอบขนส่งยาเสพติดผ่านทางพัสดุภัณฑ์ระหว่างประเทศ” ซึ่งการประชุมดังกล่าวส่งเสริมให้ผู้ประกอบการมีความรู้ความชำนาญในการสกัดกั้นการลักลอบขนส่งยาเสพติดผ่านทางพัสดุภัณฑ์เพิ่มมากขึ้น

เนื่องจากในปัจจุบัน การลักลอบลำเลียงยาเสพติดผ่านบริษัทขนส่งเอกชน ยังคงเป็นวิธีการที่ขบวนการค้ายาเสพติดเลือกใช้ในการกระจายยาเสพติด เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการขนส่งต่ำ และยากต่อการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้กล่าวขอบคุณผู้ประกอบการขนส่งสินค้าภาคเอกชน


ที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการช่วยตรวจสอบ สังเกตสินค้าต้องสงสัย และแจ้งเจ้าหน้าที่ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ทำให้สามารถจับกุมผู้ต้องหาพร้อมยาเสพติด ถือเป็นการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด ก่อนจะถูกส่งต่อไปยังปลายทางประเทศที่สาม รวมถึงในคดีเครือข่ายรถกระบะทำช่องลับซุกซ่อนยาเสพติด ต้องขอชื่นชมการทุ่มเทในการทำงานของเจ้าหน้าที่ ที่สืบสวนติดตามเครือข่ายดังกล่าวอย่างต่อเนื่องกระทั่งสามารถพิสูจน์ทราบรถยนต์ต้องสงสัย จนนำมาซึ่งการสืบสวนจับกุม ในการนี้ สำนักงาน ป.ป.ส. จะดำเนินการสืบสวนขยายผลเครือข่ายการค้ายาเสพติดดังกล่าว และรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อไป