ชัชชาติมั่นใจน้ำฝนไม่เป็นอุปสรรคหลุมถนนสามเสนทรุดตัว หากฝนตก 100 มิลลิเมตร เท่ากับน้ำในบ่อเพิ่มสูงเพียง 10 ซม. เตรียมเครื่องสูบน้ำเพียงพอ แต่ไม่ประมาท ขอโทษคนกรุงเทพฯ เขตบางนา-พระโขนง-สุขุมวิท เหตุ น้ำท่วมหนักตรวจสอบปัญหา พบกระสอบทรายบล็อกกันน้ำค้างอยู่ใต้ดิน คาด ผู้รับเหมาที่ กทม.จ้างล้างท่อลอดลืมไว้
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 28 กันยายน ที่กองอำนวยการร่วม โรงพยาบาลวชิรพยาบาล ถนนสามเสน กรุงเทพฯ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. เปิดเผยข้อมูลอุโมงค์ถนนสามเสนทรุด ว่า สำหรับการตรวจสอบปัญหาถนนทรุดตัวบริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลวชิระพยาบาล พบว่ามีความเรียบร้อยดี เป็นไปตามแผน ซึ่งวานนี้ (27 กันยายน) เจ้าหน้าที่ได้มีการทำช็อตกรีต (Shotcrete) คือการเอาคอนกรีตไปเสริมกำลังกับดินที่อยู่ใต้สถานีเพื่อลดความเสี่ยงอันตราย ทราบว่าใช้ประมาณ 9 คิว และมีการเทคอนกรีตประมาณ 1,105 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งก็เสร็จสิ้นแล้ว

ตอนนี้จึงเป็นการเก็บเศษซากต่างๆ อาทิ เสาไฟฟ้า เสาไฟสื่อสาร หม้อแปลง เพื่อให้เข้าสู่ขั้นตอนต่อไปได้ สำหรับประเด็นเรื่องข้อกังวลฝนตกนั้น วานนี้ (27 กันยายน) ไม่พบว่าฝนตกเยอะแต่อย่างใด ไม่ตกที่นี่แต่ไปตกที่อื่น อย่างไรก็ดี เราก็มีเครื่องสูบน้ำเตรียมพร้อมไว้แล้ว และถ้าฝนตก 100 มิลลิเมตร ก็เหมือนวางชามไว้ สูงประมาณ 10 ซม. ถ้าไม่มีน้ำจากที่อื่นไหลมาก็ประมาณ 10 ซม. และตอนนี้เรากันน้ำจากข้างนอกหมดแล้ว ถ้าฝนตกมา 100 มิลลิเมตรก็เท่ากับเพิ่มไปในบ่อ 10 ซม. ก็ไม่ได้กังวลมาก มั่นใจว่าไม่ไหลไปที่อื่น แต่เราก็ไม่ประมาท

นายชัชชาติกล่าวอีกว่า ส่วนสภาพปัญหาฝนตกในพื้นที่ กทม. พบว่ามีฝนตกหนักที่เขตบางนาและพระโขนง ในช่วงเวลาประมาณ 17.00-18.00 น. ราวๆ 117 มิลลิเมตร ก็ถือว่าเยอะมากจนน้ำท่วม แต่ที่น้ำท่วมผิดปกติก็จะมีแถวอุดมสุขที่วานนี้มันท่วมจนถึงเวลา 23.30 น. และตอนที่ตนมาดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯกทม. ปี 2565 ก็พบว่าน้ำท่วมหนักมาก เราก็มีการทำระบบใหม่ เชื่อมท่อใหม่ แต่พอมาท่วมครั้งนี้เราก็มองว่ามันไม่ควรท่วมแล้ว ก็ไปสำรวจดู พบว่ามีผู้รับเหมาที่เราจ้างมาล้างท่อลอด เพราะอุดมสุขจะมีท่อระบายน้ำขนาดเหมือนสุขุมวิท และจะมีท่อลอดที่เอาน้ำไปลงตรงสุขุมวิท 66/1 ซึ่งตรงท่อลอดมันจะต้องบล็อกน้ำไม่ให้มาถึงท่อลอดได้ จึงมีการเอากระสอบทรายไปอุดน้ำที่มาจากอุดมสุข ทำให้น้ำฝนตรงอุดมสุขจึงออกไปไหนไม่ได้ ก็ลอดไปฝั่งตรงข้ามไม่ได้ เลยทำให้น้ำท่วมเจิ่ง ต้องไปเอาออก แต่การเอาออกก็ไม่ง่าย เพราะพอมันมีน้ำอยู่เต็มท่อ มันก็ดันแผ่นไม้ที่ใช้อุดท่อ จึงทำให้ดึงออกยาก จึงต้องใช้เวลานาน แต่พอเวลา 03.00 น. เอาออกได้แล้วน้ำก็พร่องหมด ก็เป็นข้อเตือนใจว่าเวลาทำงานก็ต้องแจ้งให้ส่วนกลางรับทราบว่ามันมีอะไรอุดท่ออย่างไร และเราก็ต้องรีบดำเนินการ อีกทั้งมันไม่ควรทำช่วงหน้าฝน แต่ควรทำช่วงหน้าแล้ง จึงต้องขอโทษพี่น้องชาวอุดมสุขด้วยที่ทำให้น้ำท่วมโดยใช่เหตุ แต่ไปสำรวจเมื่อเช้าก็สถานการณ์ดีขึ้นในแง่ของระบบต่างๆ เพราะเราก็ทำมาแล้ว 3 ปี แต่ถ้ามันไม่มีข้อผิดพลาดที่ไร้สาระแบบนี้ น้ำก็คงไม่ท่วมมาก

เมื่อถามเรื่องโทษปรับนั้น นายชัชชาติกล่าวว่า ก็คงให้เจ้าหน้าที่ปรับ เหมือนจะปรับจุดละ 20,000 บาท แต่เรื่องปรับมันก็คงไม่ได้เป็นเรื่องจำนวนเงินอะไร แต่ก็ต้องเอาให้เข้มข้นเพื่อเป็นมาตรการเด็ดขาดว่าจะลงโทษอย่างไรหรือไม่ ซึ่งอย่างไรเราก็ต้องสำรวจจุดอื่นๆ ด้วย ตัวอย่างเช่น เรามีการบล็อกน้ำ 4 จุด ระบายน้ำเสร็จก็ต้องไปเอาออก ไม่ใช่บล็อกค้างไว้ แต่ก็บางทีเข้าใจว่าอาจลืมไปเอาที่บล็อกใต้ดินออก ดังนั้น เดี๋ยวคงไปทำให้เป็นฐานข้อมูลให้ส่วนกลาง จึงทำให้ประชาชนบริเวณสุขุมวิท 101/1-101/3 กลับบ้านลำบากนิดหนึ่ง เพราะมอเตอร์ไซค์ก็รับคนยากขึ้น จึงได้สั่งการเทศกิจให้ไปช่วยเหลือด้วย
เมื่อถามว่าในวันทำการพรุ่งนี้ (29 กันยายน) รพ.จะมีผู้มาใช้บริการเยอะ มีการวางแผนเรื่องการจราจรอย่างไรบ้าง นายชัชชาติกล่าวว่า มันก็คงทำให้ดีที่สุด พยายามเปิดให้มากที่สุด และขอให้มาด้วยรถสาธารณะก็จะดีกว่า ซึ่งคนอาจจะยังมาไม่ถึง 100% เพราะก็คงผ่องถ่ายไปที่อื่นบ้าง แต่ก็จะทำให้ดีที่สุดตามเงื่อนไขที่เรามี ที่ตระหนักมากขึ้นก็คือการใช้รถขนของที่มาทำการแบ๊กซีล ประมาณพันเที่ยว ก็จะทำให้การจราจรติดขัดบ้าง ขอให้เผื่อเวลาสักเล็กน้อย แต่ก็ยังดีที่โรงเรียนอยู่ในช่วงปิด
นายกิตติ เอกวัลลภ ผู้ช่วยผู้ว่าการ รฟม. เปิดเผยว่า สำหรับขั้นตอนถัดไปจะเป็นการถมทรายซีเมนต์ โดยจะทำเป็นเลเยอร์ (ชั้น) ถมทีละเลเยอร์ อย่างไรก็ดี เราจะใช้เวลาในการเก็บเศษวัสดุในหลุมเพียงแค่ 2 วัน คือ วันนี้และวันจันทร์ที่ 29 กันยายน ส่วนหลังจากนี้ ในวันอังคารที่ 30 กันยายน เราจึงจะเริ่มถมทรายกลับไปในพื้นที่ของถนน ส่วนพื้นที่ใต้ตัวอาคาร สน.สามเสน จะเป็นการถมทรายผสมกับซีเมนต์ในสัดส่วนที่เหมาะสม คาดว่าจะใช้เวลาในการถมทรายกลับประมาณ 5 วัน และหากไม่มีปัญหาอุปสรรคใด ตามแผนก็อาจจะแล้วเสร็จในวันที่ 8 ตุลาคมนี้


