บิ๊กโจ๊ก จี้ ปธ.ศาลปกครองสูงสุด หยุดปฏิบัติหน้าที่ หลังถูกฟ้องปฏิบัติหน้าที่มิชอบ สะพัด ก.ศป.ประชุมนัดพิเศษ คดีคลิปเสียงหลุด
เมื่อวันที่ 29 กันยายน ที่สำนักงานศาลปกครอง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. เดินทางมายื่นหนังสือเรียกร้องให้ นายประสิทธิ์ศักดิ์ มีลาภ ประธานศาลปกครองสูงสุด และ นายอนุวัฒน์ ธาราแสวง ประธานแผนกคดีละเมิดและความรับผิดอย่างอื่น ศาลปกครองสูงสุด ยุติการปฏิบัติหน้าทั้งที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการพิจารณาคดีในคดีหมายเลขดำที่ ฟ.117/2567 ที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ยื่นฟ้อง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ และนายกรัฐมนตรี ที่ให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ออกจากราชการ เนื่องจากได้ยื่นฟ้องนายประสิทธิ์ศักดิ์กับนายอนุวัฒน์ ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในข้อหา ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบไม่สุจริตเที่ยงธรรม ในการแทรกแซงองค์คณะเจ้าของสำนวนคดี เป็นการกระทำไม่ถูกกฎหมาย และจริยธรรมศาลปกครอง
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า การกระทำของนายประสิทธิ์ศักดิ์และนายอนุวัฒน์ ในการแทรกแซงกระบวนการพิจารณาคดีขององค์คณะตุลาการศาลปกครองเจ้าของสำนวน เป็นสิ่งที่ทำไม่ได้ เพราะเป็นการล้มล้างความเป็นอิสระของตุลาการ ตนเชื่อมั่นในกระบวนการพิจารณาคดีของศาลปกครอง แต่ไม่เชื่อมั่นในการกระทำของบุคคลบางคน ซึ่งทำให้องค์กรศาลปกครองเสื่อมเสีย จึงจำเป็นต้องเผยพฤติกรรมของคนเหล่านี้ ให้ประชาชนได้เห็น เพื่อให้พวกเขาไม่กล้าและไม่มีที่ยืนในสังคม หลังจากนี้อีก 2-3 วัน จะมาติดตามความคืบหน้าว่า ศาลปกครองได้มีการดำเนินการตามคำร้องที่ตนได้เคยมายื่นร้องขอให้สอบวินัยและจริยธรรมของประธานศาลปกครองสูงสุด และนายอนุวัฒน์ ธาราแสวง มีความก้าวหน้าอย่างไรบ้าง
“อย่าลืมว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เพราะประธานศาลปกครองสูงสุดในอดีตที่ผ่านมา ก็เคยมีเหตุการณ์กรณีเข้าแทรกแซงสำนวนคดีด้วยการมอบสำนวนให้องค์คณะหนึ่งแล้ว ต่อมาเอาสำนวนคดีมามอบให้อีกองค์คณะหนึ่ง หรือที่เรียกว่า ช้อปปิ้งสำนวน ซึ่งเคยเป็นเรื่องเป็นราวมาแล้ว และเรื่องฝากตำรวจ ก็โดนถอดถอนจากตำแหน่งมาแล้ว ตนอาจจะคิดไปเองก็ได้ว่าประธานศาลปกครองสูงสุดท่านนี้ อาจไม่พอใจที่ฝากตำรวจกับตนแล้วไม่ได้ ซึ่งตนก็ทำไม่ได้เพราะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และยังจะเป็นการแทรกแซงองค์กรตำรวจอีกด้วย” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าว
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้ประธานศาลปกครองสูงสุด ปฏิบัติตามมติขององค์คณะเจ้าของสำนวนคดีของตน หากจะมากลั่นแกล้งเปลี่ยนแปลงผลคดี ตนจะสู้จนถึงที่สุด แต่หากท่านประธานศาลปกครองสูงสุดกลับตัวกลับใจพิจารณาคดีของตนให้เหมือนกับบุคคลอื่น ตนก็พร้อมยอมรับผลแห่งคดี และจะขอบคุณด้วย
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวย้ำว่า ที่เดินทางมายื่นหนังสือวันนี้ ไม่ได้เป็นเพราะทราบว่ามีการประชุมของคณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง ซึ่งอาจจะมีวาระเรื่องที่ตนร้องเรียนประธานศาลปกครองสูงสุด และนายอนุวัฒน์ ธาราแสวง เข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุม แต่ตนก็ติดตามฟังข่าวอยู่ และเดี๋ยวคงจะมีคนมารายงานให้ทราบ เพราะล่าสุด ก็มีคนในศาลปกครอง ส่งข้อมูลมาให้ว่า มีประธานแผนกคดีศาลปกครองสูงสุดรายหนึ่ง นำคณะตุลาการปกครองสูงสุดจำนวนหนึ่งตบเท้าไปให้กำลังใจนายประสิทธิ์ศักดิ์และนายอนุวัฒน์ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นไปได้อย่างไร ที่ประธานแผนกคดีไปดำเนินการเช่นนั้น เพราะเป็นการไปให้กำลังใจคนกระทำผิดกฎหมาย ไปตบเท้าให้กำลังใจประธานศาลปกครองสูงสุดที่แทรกแซงคดีองค์คณะเจ้าของสำนวน ซึ่งจะทำให้ประธานแผนกคดีคนนั้นกลายเป็นผู้สนับสนุนผู้กระทำผิดกฏหมาย แล้วอย่างนี้สังคมจะเชื่อถือศาลปกครองได้อย่างไร
วันเดียวกันมีรายงานว่า ในวันนี้ นายประสิทธิ์ศักดิ์ มีลาภ ประธานศาลปกครองสูงสุด ได้มีการเรียกประชุม คณะตุลาการศาลปกครอง (ก.ศป.) เป็นกรณีพิเศษจากปกติที่จะต้องนัดประชุมทุกวันพุธที่ 3 ของเดือน ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีเรื่องกรณีคลิปเสียง และเรื่องร้องจริยธรรมผู้บริหารศาลปกครองสูงสุดอยู่ในวาระประชุมด้วย เพราะมีการประชุมยาวนานตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงช่วงบ่าย

