ตำรวจท่องเที่ยว เดินหน้าสร้างพื้นที่ปลอดภัยในแหล่งท่องเที่ยว สร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวด้วยเทคโนโลยีกล้อง AI จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับแล้วกว่า 500 ราย หนุนเป้าหมายรัฐบาลดึงนักท่องเที่ยวจีนกลับไทย
เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว(ผบช.ทท.) เปิดเผยว่าตามนโยบาย ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่มุ่งพัฒนามาตรการด้านความปลอดภัยและการบริการเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว ตลอดจนการขับเคลื่อนของ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในพื้นที่ท่องเที่ยวทั่วประเทศ ว่าตั้งแต่กรกฎาคม 2567 ถึง 30 กันยายน
ที่ผ่านมากองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว( บช.ทท.) จับผู้ต้องหาตามหมายจับกว่า 500 หมาย ผ่านระบบกล้อง AI อัจฉริยะ ที่เชื่อมโยงกับฐานข้อมูลกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการคัดกรองบุคคลต้องสงสัยและป้องกันการก่อเหตุอาชญากรรมในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ
บช.ทท.ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาคดีสำคัญหลายคดี ซึ่งล้วนเป็นกรณีที่ได้รับความสนใจจากสังคมและประชาชนอย่างกว้างขวาง อาทิ คดีความผิดทางเพศร้ายแรง ผู้ต้องหาซึ่งมีหมายจับคดีข่มขืนถึง 4 หมายจับ แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมที่เป็นภัยร้ายแรงต่อความปลอดภัยของประชาชน คดีเกี่ยวกับอาวุธปืน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่เชื่อมโยงกับอาชญากรรมรุนแรงและส่งผลโดยตรงต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม และ คดีหมายจับที่มีอายุความยาวนานกว่า 30 ปี การติดตามจับกุมในคดีลักษณะนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค

พล.ต.ท.ศักย์ศิรา กล่าวอีกว่าขณะเดียวกัน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาประกาศ มาตรการเร่งด่วน (BIG IMPACT ACT FAST) เพื่อตอบสนองต่อนโยบายรัฐบาล โดยตั้งเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนกลับมาไม่น้อยกว่า 2 ล้านคน ภายใน 4 เดือน ซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยและสร้างรายได้เข้าประเทศ โดยนายอรรถกร ย้ำถึงความจำเป็นของการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกับบช.ทท. เพื่อเสริมสร้างมาตรการรองรับทั้งในช่วงไฮซี ซั่น และการเตรียมพร้อมต่อการจัดแข่งขัน ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ในประเทศไทย มาตรการด้านความปลอดภัยถูกยกระดับเข้มข้นมากขึ้น ทั้งการพัฒนาศูนย์รับแจ้งเหตุ สายด่วน 1155 และแอพพลิเคชั่น Thailand Tourist Police ที่รองรับการสื่อสารได้ถึง 8 ภาษา พร้อมปุ่ม SOS เชื่อมตรงไปยังศูนย์รับแจ้งเหตุในทุกจังหวัด ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังมีการนำ AI Detect มาสแกนใบหน้าและเชื่อมโยงข้อมูลหมายจับของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเฝ้าระวังบุคคลที่มีพฤติการณ์เสี่ยงก่ออาชญากรรม ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์ “พื้นที่ท่องเที่ยวปลอดภัย” ทั่วประเทศ
ผบช.ทท. กล่าวว่ามาตรกาดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาล กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่จะสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยและคุณภาพการบริการ เพื่อคงสถานะของประเทศไทยในฐานะ จุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวโลก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน
ทั้งนี้ บช.ทท.ขอประชาสัมพันธ์แก่นักท่องเที่ยว หากประสบเหตุหรือร้องขอความช่วยเหลือ สามารถติดต่อสายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 หรือผ่านแอพพลิเคชั่น Thailand Tourist Police ตลอด 24 ชั่วโมง


