หนุ่มหนีด่านแอลกอฮอล์ กลับรถ ขับย้อนศร ถนนวิภาวดี ศาลสั่งคุก 1 เดือน รอลงอาญา 2 ปี

3.10.25 | 16:45 น.

ตำรวจจราจรกลาง ไล่ติดตามหนุ่มขับรถย้อนศรฝ่าด่านแอลกอฮอล์ บนถนนวิภาวดีรังสิต ดำเนินคดีส่งฟ้องศาลแขวง ลงโทษจำคุก 1 เดือน ปรับ 4,000 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี


เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 3 ตุลาคม พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.ธวัช วงศ์สง่า รอง ผบช.น. ดูแลงานจราจร พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ สว่างงาม ผบก.จร. พ.ต.อ.ณัฐพงษ์ เชื้อเดช รอง ผบก.จร. พ.ต.อ.พารินท จันทร์เลิศ ผกก.2 บก.จร. พ.ต.ท.ดามพวร ทองอิ่ม รอง ผกก.งานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต/ทางพิเศษ กก.2 บก.จร. พ.ต.ต.ภุชงค์ เม้าทุ่ง สว.งานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต/ทางพิเศษ กก.2 บก.จร. และเจ้าหน้าที่ศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต/ทางพิเศษ กก.2 บก.จร. ร่วมจับกุมนายศิลาพงษ์ อายุ 44 ปี พร้อมด้วยรถของกลาง รถยนต์ ทะเบียนกรุงเทพมหานคร บริเวณถนนวิภาวดีรังสิต แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยแจ้งข้อกล่าวหาขับรถโดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนและความปลอดภัยในชีวิตหรือร่างกายของผู้อื่น

สืบเนื่องจาก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. มอบนโยบายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองหลวงเพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทางสาธารณะ, การรวมกลุ่มมั่วสุมในทาง, และพฤติกรรมขับขี่ที่ไม่คำนึงถึงความปลอดภัย สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้ใช้ทางโดยสุจริต จึงทำการตรวจสอบเหตุเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจงานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต/ทางพิเศษ กก.2 บก.จร.ได้ขยายผลการสืบสวนจากภาพกล้องวงจรปิด พบรถยนต์ ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ขับย้อนศรบนถนนวิภาวดีรังสิต แขวงลาดยาว เขตจตุจักร สร้างความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของตนเองและผู้ใช้ถนนจำนวนมาก

Advertisement

จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ขับขี่คือนายศิลาพงษ์ ขับรถออกจากวัดเสมียนนารีมุ่งหน้าไปบางเขน แต่เมื่อมาถึงบริเวณด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์คลองบางเขนกลับฝ่าฝืนกฎหมาย โดยเลี้ยวกลับรถแล้วขับสวนเลนเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจของเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นถนนสาธารณะและมีการจราจรของผู้ใช้ทาง สร้างความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้ใช้ถนนรายอื่น

ตำรวจสามารถติดตามและระบุตัวผู้ต้องหาได้อย่างรวดเร็ว ก่อนแจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐานขับรถโดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนและความปลอดภัยในชีวิตหรือร่างกายของผู้อื่น และนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ต่อมาวันที่ 1 ต.ค. ศาลแขวงพระนครเหนือมีคำพิพากษาลงโทษจำคุก 1 เดือน ปรับ 4,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี พร้อมกำหนดเงื่อนไขคุมประพฤติ 1 ปี ต้องรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ 4 ครั้ง และทำงานบริการสังคม 24 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม การจับกุมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ “ชุดดวงตาอัศวิน เฝ้าระวัง ติดตาม จับกุม ดำเนินคดี เพื่อความปลอดภัยของสังคม” ที่งานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต/ทางพิเศษ กก.2 บก.จร. ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อกวาดล้างและป้องกันการแข่งรถ รวมถึงพฤติกรรมขับขี่อันตรายบนท้องถนน โดยอาศัยการเฝ้าระวังผ่านกล้องวงจรปิด การรวบรวมพยานหลักฐาน และการสืบสวนติดตามถึงตัวผู้กระทำผิดเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ไม่ว่ากลางวันหรือกลางคืน พร้อมฝากเตือนไปยังผู้ขับขี่ทุกคนว่า หากขับรถโดยประมาทหรือฝ่าฝืนกฎหมายย่อมไม่รอดพ้นการจับกุม และจะถูกดำเนินคดีถึงที่สุด