ผู้เสียหายแจ้งความ คริสตจักรย่านบางนา อ้างคำสอนไล่ผี หลอกรับบริจาค เหยื่อสูญ 20 ล้าน
เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 7 ตุลาคม ที่ สน.บางนา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มี กลุ่มผู้เสียหายกว่า 10 คน มารวมตัวกันแจ้งความเอาผิดกับ คริสตจักรแห่งหนึ่งย่านบางนา หลังจากมีพฤติกรรมประหลาด ไล่ผี อ้างคำสอนศาสนาคริสต์ หลอกรับบริจาค บางรายสูญ 20 ล้าน บางครอบครัวนำลูกไปเรียนที่โรงเรียนของคริสตจักรแต่กลับถูกตีจนช้ำ
คุณแบม (นามสมมุติ) กล่าวว่า ตนเคยเป็นอาจารย์ในคริสตจักรแห่งนี้ เนื่องจากว่าก่อนหน้านี้ภรรยารู้สึกชื่นชอบที่นี่มาก แต่ตอนนั้นตนไม่ชอบ ซึ่งในช่วงสองเดือนแรก พยายามจะเข้าไปร่วมฟังเทศน์ด้วย และก็จะมีพิธีวางมือทุกครั้ง ซึ่งช่วงแรกเมื่อทำพิธีวางมือก็จะมีคนนำถุงพลาสติกให้แล้วก็บอกว่า “ให้อ้วกออกมา เพราะผีมันเป็นลม” มันเป็นความเชื่อว่า “ถ้าใครอ้วกเยอะก็จะทำให้ผีออกมาเยอะ ยิ่งอ้วกเยอะก็จะรู้สึกเป็นคนดี” ซึ่งในตอนนั้นภรรยาของตนก็เข้าร่วมพิธีนี้เช่นเดียวกัน ก่อนที่จะมาเล่าให้ฟัง ซึ่งคนส่วนใหญ่ในพิธีกรรมก็ไม่ได้อ้วกออกมา จะมีเพียงแค่ลมกับน้ำลายเท่านั้น ซึ่งตนรู้สึกแปลกมาก แต่สุดท้ายตนก็อยู่กับคริสตจักรแห่งนี้มาประมาณ 3 ปี เนื่องจากภรรยาไม่ยอมออก
ประกอบกับในตอนนั้น ลูกชายของตนเรียนที่โรงเรียนของคริสตจักรแห่งนี้ด้วย และตนเองจากเดิมที่เป็นเพียงแค่สมาชิกก็กลายมาเป็นครูที่สอนอยู่ในโรงเรียนของคริสตจักร เนื่องจากว่าในขณะนั้นครอบครัวมีปัญหาเรื่องธุรกิจ ทางผู้นำบอกว่าให้เอามาเรียนที่โรงเรียน ส่วนเรื่องค่าเทอมยังไม่ต้องจ่าย มาเรียนที่นี่ ก็ได้เรียน 3 ภาษาเลย ในตอนนั้นจึงตัดสินใจนำลูกเข้าเรียน และต่อมาตนก็ตัดสินใจเข้าไปสอนเป็นครูคณิตศาสตร์เพื่อต้องการที่จะใช้หนี้ค่าเทอมของลูก
และเมื่อไปเป็นคุณครูอยู่ที่นั่นก็ทำให้เห็นอะไรหลายอย่าง ตนสังเกตเห็นความผิดปกติ เด็กนักเรียนไม่สามารถทำข้อสอบได้ สอบตก 80% อีกทั้งคุณครูแต่ละคนก็ไม่ได้มีใบประกอบวิชาชีพ ไม่เคยมีใครเป็นครูมาก่อน และครูทุกคนมักจะบอกด้วยว่า ห้ามเด็กคนไหนมีคำถาม ห้ามสงสัยกับสิ่งที่ครูสอน
นอกจากนี้ตนเคยสอบถามแม่ครัวก็ยิ่งตกใจว่า ทำไมโรงเรียนถึงให้งบค่าอาหารกลางวันเดือนละ 15,000 บาทเท่านั้น ทั้งๆ ที่มีครูและนักเรียนรวมกันแล้วก็มากกว่า 100 ชีวิต ตนมาคำนวณแล้วตกคนละ 11 บาทต่อมื้อ ซึ่งกับข้าวก็จะมีแค่ข้าวสวยและกับข้าวเพียง 1 อย่างเท่านั้น สารอาหารไม่ครบถ้วนอย่างแน่นอน

อีกทั้งทางโรงเรียนได้จัดที่พักสำหรับเด็กนักเรียนที่ดูแล้วน่าสังเวช เพราะ 1 ห้องจะให้เด็กอยู่รวมกัน 6 คน เวลานอนจะใช้ฟูกปูกับพื้น ไม่คุ้มกับค่าเทอมที่ผู้ปกครองต้องเสียเดือนละ 15,000 บาท รวมไปถึงมีการติดกล้องวงจรปิดที่หน้าห้องน้ำด้วย จนทำให้บางครั้งเห็นเด็กเปลือยกายออกมา ซึ่งตนได้พูดคุยใน 2 เรื่องนี้กับทางผู้นำ ก็อ้างว่าเป็นการฝึกความอดทนของเด็ก ส่วนเรื่องติดกล้องวงจรปิด ผู้นำอ้างว่าติดไว้กันเด็กขโมยของ แต่ปรากฏว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งของหายจริง ผู้นำก็ไม่ได้สนใจ แต่กลับไปลงโทษเด็กที่มีการพูดคุยกันในเรื่องเชิงลบของลัทธิด้วย
นอกจากนี้ยังมีพฤติกรรมชอบจับคู่ชายหญิง ให้คนในลัทธิแต่งงานกัน โดยให้เหตุผลว่า ถ้าคบกับคนที่อยู่ลัทธิเดียวกัน มันก็จะเป็นไปในทางที่ดี และนอกจากนี้ก็ยังเคยมีพฤติกรรมที่จะจับผู้หญิงที่มีแฟนแล้วมาแต่งงานกับผู้ชายที่อยู่ในลัทธิเดียวกันอีกด้วย
ที่เดินออกมาพูดเรื่องนี้เพราะมองว่าการกระทำของผู้นำคนดังกล่าวเหมือนใช้หลักธรรมคำสอนของศาสนาคริสต์มาสอนในทางที่ผิด ซึ่งทางศาสนาคริสต์จะสอนให้คนรักและช่วยเหลือเกื้อกูลกัน แต่กับผู้นำคนนี้มักจะชอบสอนเรื่องผี วิญญาณ
อย่างในกรณีของตนที่ออกมาจากคริสตจักรแห่งนี้ ก็ปรากฏว่าได้นำเอาโทรศัพท์มือถือของนักเรียนมาบล็อกตนทุกช่องทาง โดยให้เหตุผลว่า “ตนคือผี” ทำให้เด็กนักเรียนและคนที่อยู่ในคริสตจักรดังกล่าวไม่มีใครกล้าคุยกับตนเลย เพราะคิดว่าในร่างของตนมีผีซ่อนอยู่
นอกจากนี้ คริสตจักรแห่งนี้ยังมีการเปิดรับเงินบริจาคเพื่อสร้างสถานที่ต่างๆ แต่กลับไม่มีการชี้แจงยอดเงินบริจาคเลย
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ตนออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ก็ทำให้พบว่ามีผู้เสียหายจำนวนมากที่เคยเจอในลักษณะแบบเดียวกับตัวเราเริ่มเข้ามาให้ข้อมูลมากขึ้นด้วย จึงอยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบความโปร่งใสของคริสตจักรแห่งนี้ด้วย


