ชุดยาเสพติด ปส.บช.น. ลาดตระเวนออนไลน์พบ “หมอเถื่อนได้ทุกฟิวส์” จำหน่ายยาไอซ์พร้อมบริการนำยาไอซ์ใส่เข็มไปฉีดให้ลูกค้าถึงเตียงนอน ลูกค้าบางรายให้ฉีดขณะกำลังมีเพศสัมพันธ์กันแบบชายรักชาย โดยสร้างจุดขาย “ฉีด 2 เข็ม” ในคราวเดียว และหมอเถื่อนยังแอบถ่ายคลิปไปโพสต์ในโลกโซเชียล จนปรากฏคลิปวิดีโอวิปริตจำนวนมาก ชุดสืบสวนซ้อนแผนล่อจับหวิดพลาดท่า รอดพ้นจากการเสียเอกราชทางประตูหลังได้อย่างหวุดหวิด
ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เน้นเรื่องการแก้ไขปัญหายาเสพติดเด็ดขาดและครบวงจร มอบให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. (ผอ.ศอ.ปส.ตร.) พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร. (รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร.) ขับเคลื่อน บช.น. นำโดย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. รับผิดชอบด้านยาเสพติดจัดทีมสืบสวนปราบปรามเชิงรุกให้ทันยุคทันสมัย (5G) สร้างทีมลาดตระเวนออนไลน์ยาเสพติดบนโลกโซเชียล
เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม เวลาประมาณ 17.00 น. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. (ปส) ได้สั่งการให้ ชุด ศอ.ปส.บช.น. พ.ต.ท.เอกศิษฐ์ วรกิตติ์ฐากรณ์ รอง ผกก.สส.1 บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.มาโนชย์ ทองแก้ว รอง ผกก.กก.สส.บก.น.5, พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น., พ.ต.ต.วรภัทร แสงเทียนประไพร สว.กก.2 ฯ, ร.ต.อ.ศิวัช ยังอุ่น รอง สว.กก.สส.4 บก.สส.บช.น., ร.ต.อ.หญิง ณิชญากาญจน์ เปสลาพันธ์ รอง สว.ฝอ.บก.สส.บช.น., ร.ต.อ.เลิศวริศ เลิศวรปรีชา รอง สว.ปฏิบัติราชการ บช.น., ร.ต.อ.ณัฐวุฒิ อันชูฤทธิ์ รอง สว.(สอบสวน) สน.ดินแดง, ร.ต.ท.พงษ์สุข ชิงดวง รอง สว.ฝอ.ฯ ทีมงานวางแผนโดยให้สายสืบหุ่นล่ำบึ้กแบบชายชอบชายอำพรางติดต่อเป็นลูกค้าแบบลุ้นระทึกจนสามารถจับกุมตัว

1.นายคมอนันต์ หรือหมอกอล์ฟ อายุ 39 ปี ที่อยู่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยกล่าวหาว่า “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” พบประวัติถูกดำเนินคดี 5 คดี ดังนี้

1.วันที่ 6 พฤษภาคม 54 ถูกจับกุมข้อหา “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1” พื้นที่ สภ.พระสมุทรเจดีย์ ภ.จว.สมุทรปราการ
2.วันที่ 25 พฤศจิกายน 55 ถูกจับกุมข้อหา “พ.ร.บ.ค้ามนุษย์ฯ, โฆษณาหรือรับโฆษณา ชักชวน หรือแนะนำด้วยเอกสาร สิ่งพิมพ์ หรือกระทำให้แพร่หลายด้วยวิธีใดไปยังสาธารณะฯ” พื้นที่ สภ.สำโรงเหนือ ภ.จว.สมุทรปราการ
3.วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 56 ถูกจับกุมข้อหา “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1” พื้นที่ สน.พระราชวัง

4.วันที่ 5 สิงหาคม 62 ถูกจับกุมข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครอง มีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ตั้งแต่ 375 มก.ขึ้นไปฯ” พื้นที่ สภ.พระสมุทรเจดีย์ ภ.จว.สมุทรปราการ
5.วันที่ 25 ธันวาคม 63 ถูกจับกุมข้อหา “ร่วมกันครอบครองเพื่อจำหน่าย ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (แอมเฟตามีน หรืออนุพันธ์แอมเฟตามีน) มีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ตั้งแต่ 375 มก.ขึ้นไปฯ” พื้นที่ สภ.เสม็ด ภ.จว.ชลบุรี
2.น.ส.ปวีณา อายุ 40 ปี ที่อยู่ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ โดนกล่าวหาว่า “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน”

ตรวจยึดของกลางได้ 7 รายการ ดังนี้ 1.เข็มฉีดยา บรรจุยาไอซ์พร้อมฉีด 2 เข็ม (พบในมือหมอเถื่อนขณะจับกุม) 2.ยาไอซ์ บรรจุอยู่ในพลาสติกแบบรูดปิดดึงเปิด จำนวน 6 ถุง รวม 7.2 กรัม (น้ำหนักชั่งรวมถุง) 3.แผงยาไวอากร้า 6 เม็ด จำนวน 8 แผง 4.เข็มฉีดยา (ยังไม่ได้ใช้) จำนวน 7 เข็ม 5.กล่องพัสดุ แบบเตรียมจัดส่ง จำนวน 4 กล่อง (ภายในซุกซ่อนยาเสพติดเตรียมจัดส่ง) 6.กล่องพัสดุเปล่าพร้อมอุปกรณ์การแพ็คส่ง จำนวนมาก และ 7.โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง (พบคลิปวิปริต 283 คลิป) โดยจับกุมได้ที่โรงแรมม่านรูดชื่อดัง ย่านคลองตัน ต่อเนื่องไปยังห้องพักแห่งหนึ่ง ภายในซอยปรีดี พนมยงค์ 40 แขวงคลองตันเหนือเขตวัฒนา กทม.

พฤติการณ์กล่าวคือ “หมอเถื่อนได้ทุกฟิวส์” เอเยนต์ค้ายาเสพติดทางโลกโซเชียลสุดพิสดารจำหน่ายยาเสพติดผ่านช่องทางออนไลน์ โดยพยายามใช้จุดการขายสร้างตัวตน “เป็นหมอ” โดยมีบริการนำยาไอซ์ใส่เข็มไปฉีดให้ลูกค้าถึงเตียงนอน ในขณะที่กลุ่มลูกค้ามีเพศสัมพันธ์กัน (ชายรักชาย) และยังมีบริการสุดพิเศษที่นิยม คือ “ฉีด 2 เข็ม ลูกค้าบางรายถูกแอบถ่ายคลิปไปโพสต์โชว์ในโลกโซเชียล จนปรากฏคลิปวิดีโอวิปริตเหล่านี้เป็นจำนวนมาก กระทั่งหมอเถื่อนรายนี้กลายเป็นที่ฮือฮาในวงการ LGBTQ+ และยาเสพติด

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. จึงส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบจนกระทั่งทราบว่าหมอเถื่อนรายนี้คือ นายคมอนันต์ หรือหมอกอล์ฟ ซึ่งเป็นพ่อค้ายาเสพติดมีประวัติการหลายคดี และจากการสืบสวนยังพบว่าเอเยนต์รายนี้มีลูกค้าใช้บริการไม่ต่ำกว่า 100 ราย ในพื้นที่กรุงเทพฯ แต่ทว่าคนร้ายรายนี้ระมัดระวังตัวไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง พล.ต.ต.ธีรเดชจึงใช้ปฏิบัติการอำพรางคัดเลือกตำรวจสืบสวนหุ่นล่ำบึ้ก เป็นเจ้าหน้าที่อำพรางติดต่อล่อซื้อกับเอเยนต์หมอเถื่อนรายนี้แต่การนัดหมายนั้นทำได้ยากเนื่องจาก “คิวแน่น” จนชุดสืบสวนต้องเฝ้ารอเป็นเวลากว่า 1 สัปดาห์ กระทั่งวันที่ 2 ตุลาคม 68 หมอเถื่อนได้ส่งสัญญาณมาว่าพร้อมบริการฉีดยาไอซ์ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจอำพรางแล้ว แต่มีเงื่อนไขเพิ่มว่าจะมีหนุ่ม LGBTQ+ “ขอร่วมประตูหลัง” ด้วยทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจอำพรางใจคอไม่ดี

งานนี้ พล.ต.ต.ธีรเดชได้ให้กำลังใจและเน้นย้ำแผนการต้องทำอย่างรัดกุมรอบคอบ โดยวางแผนจะจับกุมตัวทันทีเมื่อเห็นของกลางและ “จะไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจอำพรางสูญเสียเอกราชทางประตูหลังอย่างแน่นอน” ปฏิบัติการสืบสวนจึงเริ่มต้นขึ้นด้วยความยากไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ เพราะคนร้ายไม่ยอมออกมาพบ แต่นัดหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจอำพรางเข้าไปในโรงแรมม่านรูดย่านคลองตัน เมื่อเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนไปตรวจสอบและวางกำลังโดยรอบแล้ว ถึงคิวเจ้าหน้าที่ตำรวจอำพรางเข้าห้องไปเป็นเหยื่อล่อตามลำพัง

แต่ทว่าเมื่อเข้าไปพบหนุ่ม LGBTQ+ กล้ามใหญ่ มีแผลเป็นเต็มตัว นอนนุ่งผ้าเช็ดตัวอยู่บนเตียงนอนลักษณะพร้อมออกศึก แต่ยังไม่พบหมอเถื่อนและยังไม่พบของกลางยาเสพติด ซ้ำร้ายหนุ่ม LGBTQ+ ได้สั่งให้ตำรวจอำพรางทำการถอดเสื้อผ้าเพื่อรอหมอเถื่อน หนังชีวิตได้เริ่มต้นขึ้นเป็นเวลาสุดบีบหัวใจของตำรวจอำพราง ยอมทำตามคำขอเพื่อมิให้เสียแผนการ กระทั่งผ่านไปราว 10 นาที หมอเถื่อนได้เดินทางมาถึงห้องและผสมยาไอซ์ใส่หลอดฉีด พร้อมกับบอกให้หนุ่ม LGBTQ+ เริ่มเปิดศึกกับตำรวจอำพราง ตำรวจอำพรางจึงรีบส่งสัญญาณให้ชุดสืบสวนที่ซุ่มอยู่ด้านนอก บุกพังประตูเข้ามาชาร์จตัวคนร้ายไว้ได้ทันท่วงที รอดจากการเสียเอกราชได้อย่างหวุดหวิด โดยจากการตรวจค้นพบเข็มฉีดยาบรรจุของเหลวสีใส 2 เข็ม ลักษณะพร้อมฉีด, ยาไอซ์ 1 ถุง น้ำหนัก 1.2 กรัม และซองยาไวอากร้า 1 แผง จึงทำการจับกุมตัวหมอเถื่อนรายนี้ทันที

หลังทำการจับกุมตัวหมอเถื่อนรายนี้ได้แล้ว พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. (ผอ.ศอ.ปส.ตร.) ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ทำการขยายผลต่อเนื่อง โดยหมอเถื่อนยอมรับว่าได้แอบซุกซ่อนยาเสพติดไว้ที่ห้องพักแห่งหนึ่งภายใน ซ.ปรีดีพนมยง 42 จึงตัวจึงได้นำกำลังไปตรวจสอบ ผลการตรวจสอบพบของกลางยาไอซ์ อีกจำนวน 5 รายการ ลักษณะแพคในกล่องพัสดุพร้อมส่ง พบอุปกรณ์การแพคส่งพัสดุอีกจำนวนมาก และพบข้อมูล “คลิปลับ” แนววิปริตของหมอเถื่อนรายนี้อีกเป็นจำนวน 283 คลิปในโทรศัพท์ของหมอเถื่อนรายนี้ ซึ่งคลิปวิปริตดังกล่าวหมอเถื่อนรายนี้ล้วนเป็นคนถ่ายเองกับมือ ซึ่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนไม่สามารถตรวจสอบคลิปได้ทั้งหมดเนื่องจากเกิดอาเจียนระหว่างตรวจสอบ
ในชั้นจับกุม นายคมอนันต์ หรือหมอกอล์ฟ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า ตนเองติดคุกมาเป็นจำนวน 3 ครั้ง ครั้งแรกเรื่องขโมยของ ครั้งที่สองเรื่องที่ตนไปเชียร์แขกให้เด็กสาววัย 16 ปีขายบริการ ครั้งที่สามเรื่องของยาเสพติด เพิ่งออกจากเรือนจำมาได้ไม่ถึงปี ไม่มีงานทำจึงหันมาค้าขายยาเสพติด ตอนแรกๆ ขายไม่ดีเลยพยายามหาจุดเด่นการขาย จนไปพบว่ากลุ่มชายรักชาย LGBTQ+ เป็นกลุ่มลูกค้าที่ใช้ยาเสพติดเป็นจำนวนมาก จึงเจาะไปที่กลุ่มลูกค้านี้ และเมื่อเริ่มคลุกคลีมีลูกค้าบางรายมักกล่าวชมตนว่า หุ่นดี ทรงดี บางครั้งที่เอายาเสพติดไปขายให้ก็ให้ตนร่วมเพศแบบชายรักชายด้วย ซึ่งสร้างรายได้ดี และตนก็ได้ผุดไอเดียการฉีดยาไอซ์เข้าเส้นขณะมีเพศสัมพันธ์แบบชายรักชาย
ซึ่งเมื่อได้ลองทำและแอบถ่ายคลิปที่ไปฉีดให้ลูกค้าโพสต์ลงในโลกโซเชียลก็ทำให้ถูกใจเหล่าลูกค้า LGBTQ+ เป็นอย่างมาก สร้างรายได้เป็นอย่างดีจึงได้พัฒนาการถ่ายคลิปให้แปลกใหม่มากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเอาใจกลุ่มชายรักชาย LGBTQ+ จนคนในวงการอุปโลกน์ให้ตนเป็นหมอ แต่ท้ายสุดเพราะตนเองก็ติดการพนันชอบปั่นสล็อตจึงทำให้ไม่สามารถตั้งตัวได้
ในส่วนของ น.ส.ปวีณา หรือนา ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า หมอกอล์ฟทำตนซวย ตนเองกำลังจะไปทำงานที่ต่างประเทศสิ้นเดือนนี้อยู่แล้ว แต่ต้องมาถูกจับกุม ห้องที่อยู่เป็นห้องของตน ได้ให้หมอกอล์ฟมานอนพักอาศัยด้วยเพียงชั่วคราว พร้อมกับร่ำไห้ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปล่อยตัวเธอไป
เจ้าหน้าที่ยังคงไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของทั้งสอง เนื่องด้วยการขยายผลพบหลักฐานว่าทั้งสองมีลักษณะรู้เห็นและช่วยกันในการครอบครองยาเสพติด จึงได้นำตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สน.คลองตัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. กล่าวว่า ศูนย์ปราบปรามยาเสพติดของ บช.น. จะเพิ่มมิติในการปราบปรามยาเสพติดทางโลกโซเชียลโดยเฉพาะการแพร่ระบาดสู่เด็กและเยาวชน สำหรับผู้ต้องหารายนี้กำลังเป็นที่นิยมทางโซเชียลเป็นอันตรายแก่สังคมอย่างยิ่ง พวกเราจะช่วยกัน “ทำกรุงเทพฯ ให้ปลอดภัยจากยาเสพติด”

