ตม. กวาดล้างต้างชาติ ลอบประกอบธุรกิจ-เข้าไทยผิดกฎหมาย พร้อมรวบนายหน้าชาวไทย
เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. แถลงข่าวว่า ตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้ สตม. สกัดกั้น ตรวจสอบ ระดมจับกุมคนต่างด้าวที่เข้ามาประกอบธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย รวมทั้งให้ดำเนินการตรวจสอบ ชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุ หรือโดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม., พล.ต.ต.คธาธร คำเที่ยง ผบก.ตม.2 ร่วมขยายผลคดีสำคัญในสนามบิน สร้างความเชื่อมั่น สกัดกั้นอาชญากรรมข้ามชาติ ดังนี้
1.ตม.สนามบิน ขยายผลจับกุมขบวนการขนคนต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมายไปมาเลเซีย

พล.ต.ต.พันธนะกล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 12 ส.ค.ที่ผ่านมา ฝ่ายสืบสวน ด่าน ตม.ทอ.ดอนเมือง จับกุม นายโซอิด (สงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี สัญชาติบังกลาเทศ ซึ่งหลบหนีเข้ามาจากประเทศเมียนมาจะมาขึ้นเครื่องบินเดินทางไปยัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อเดินทางต่อไปประเทศมาเลเซียเพื่อไปหาภรรยาซึ่งเป็นคนมาเลเซีย โดยจับกุมได้ที่บริเวณท่าอากาศยานดอนเมือง ฝั่งภายในประเทศ ต่อมา พ.ต.อ.พงศ์ธร พงศ์รัชตนันทน์ รอง ผบก.ตม.2 ที่รับผิดชอบงานมั่นคงและงานอาชญากรรมข้ามชาติ สืบสวนขยายผลและจับกุมขบวนการนำพาคนต่างด้าวดังกล่าว
พล.ต.ต.พันธนะกล่าวอีกว่า จากการสืบสวนขยายผลศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหา 2 ราย ได้แก่
1.นายฟิรเดาส์ (สงวนนามสกุล) สัญชาติไทย พื้นเพเป็นคนจังหวัดนราธิวาส ความผิดฐาน “ผู้ใดนำหรือพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรหรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการอุปการะหรือช่วยเหลือ หรือให้ความสะดวกแก่คนต่างด้าวให้เข้ามาในราชอาณาจักร โดย นายฟิรเดาส์ ทำหน้าที่ประสานงานการข้ามแดน จากฝั่งประเทศเมียนมาเข้าไทย หาที่พักคอย พร้อมทั้งจองตั๋วเครื่องบินภายในประเทศให้กับนายโซอิดฯ และ
2.นายเอ็ม (นามสมมติ) สัญชาติบังกลาเทศ (หลบหนีอยู่ที่บังกลาเทศ) นายหน้าประสานงานขอวีซ่าให้กับนายโซอิดฯ เข้าประเทศเมียนมาและประสานงาน กับนายฟิรเดาส์ฯ ในการเดินทางข้ามชายแดนทางช่องทางธรรมชาติ

ต่อมา พ.ต.อ.พงศ์ธร พงศ์รัชตนันทน์ รอง ผบก.ตม.2 นำกำลัง ฝ่ายสืบสวน ด่าน ตม.ทอ.ดอนเมือง และ พ.ต.อ.ธวัชชัย นรินรัตน์ ผกก.1 บก.สส. สตม นำกำลังจับกุมนายฟิรเดาส์ฯได้ที่อพาร์ตเมนต์ ซอยรามคำแหง 65 ซึ่งเป็นห้องพักของนายฟิรเดาส์ จากการตรวจค้นห้องเช่าพบสัญญาเช่าบ้านหลังหนึ่งภายใน ซ.รามคำแหง 24 ที่นายฟิรเดาส์ฯ ใช้เป็นแหล่งพักพิงคนต่างด้าว ก่อนส่งเดินทางล่องใต้ไปยังจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองชุดจับกุมได้นำนายฟิรเดาส์ ค้นบ้านเช่าหลัง
ดังกล่าว พบ นายโจ (สงวนนามสกุล) ชาวเมียนมา อายุประมาณ 40 ปี หลบอยู่ในบ้าน
จากการสอบถาม นายฟิรเดาส์ และ นายโจ ให้การรับว่า นายโจเป็นบุคคลต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย โดยเดินทางกลับมาจากไปทำงานที่ประเทศมาเลเซีย และต้องการจะกลับประเทศเมียนมา มีขบวนการนำพามาส่งที่บ้านเช่าหลังนี้เพื่อพักไว้ ก่อนที่จะมีรถมารับไปส่งที่ชายแดนต่อไป
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้จับกุม นายฟิรเดาส์ ตามหมายจับดังกล่าว นำตัวส่งพนักงานสอบสวน
สน.ดอนเมือง และจับกุม นายโจ นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก ดำเนินคดีในข้อหา เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต

พล.ต.ต.พันธนะกล่าวอีกว่า พ.ต.ท.หญิง กมลทิพย์ เข็มนาค สว.กก.สส.ปป.บก.ตม.2 ขยายผลจับกุมชาวศรีลังกาใช้หนังสือเดินทางปลอมเพื่อเดินทางไปยุโรป Mr.Sayanthan (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี สัญชาติศรีลังกา ที่ใช้หนังสือเดินทางปลอมสัญชาติฝรั่งเศส แสดงต่อเจ้าหน้าที่สายการบินที่หน้า Gate เพื่อเดินทางไปยังกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ซึ่งแผนประทุษกรรมดังกล่าวที่ชาวศรีลังกามักจะเดินทางอพยพไปทำงานที่ประเทศแถบยุโรปโดยใช้หนังสือเดินทางปลอมนั้น เจ้าหน้าที่ กก.สส.ปป.บก.ตม.2 สืบสวนติดตามมาโดยตลอด และจับกุมความผิดลักษณะดังกล่าวได้หลายรายแล้ว
รวมทั้งยังขยายผลจับกุมต่อไปยังขบวนผู้ที่ส่งหนังสือเดินทางปลอมในสนามบินจนทราบว่า ผู้ที่มาส่งหนังสือเดินทางปลอมและ Check in ออก Boarding Pass ให้กับ Mr.Sayanthan ในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ คือ Mr.Jo (นามสมมติ) อายุ 39 ปี สัญชาติสวีเดน ซึ่งเป็นลูกครึ่งอิรัก และยังคงพักอาศัยอยู่ในประเทศไทย ผบก.ตม.2 จึงได้เพิกถอนการอนุญาต ให้อยู่ในราชอาณาจักร ของ Mr.Jo ต่อมาจากการสืบสวนพบว่า Mr.Jo หลบซ่อนตัวอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านซอยนานา สุขุมวิท จึงไปตรวจสอบและควบคุมตัว และขออนุมัติศาลจังหวัดสมุทรปราการออกหมายจับในความผิดฐาน “ร่วมกันปลอมหนังสือเดินทางและใช้หนังสือเดินทางปลอม โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” และจับกุมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
พล.ต.ต.พันธนะเปิดเผยว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองให้ความสำคัญกับการสืบสวนปราบปรามอาชญากรรมที่เกี่ยวกับชาวต่างชาติและองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติทุกประเภท เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยนอกจากมุ่งจับกุมผู้กระทำความผิดแล้ว สตม. ยังมุ่งขยายผลต่อไปยังผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด เพื่อขุดรากถอนโคนองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่อยู่ในประเทศไทย ไม่ต้องการให้คนร้ายใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด โดยสนามบินจะเป็นจุดสกัดเพื่อไม่ให้เป็นทางผ่านของอาชญากรรมอีกต่อไป


