บช.ก. ปราบแก๊งเช่าแล้วเชิด ส่งรถขายประเทศเพื่อนบ้าน ผู้ต้องหารับทำมาแล้วกว่า 50 คัน
เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก.,พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล., พ.ต.อ.อภิชาติ เรนชนะ ผกก.3 บก.ทล. พ.ต.ต.วิศวนนท์ ศรีงาม สว.ส.ทล.3 กก.1 บก.ทล. พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าว ปฏิบัติการรวบแก๊งเช่าแล้วเชิด ส่งขายรถต่างประเทศ

พ.ต.ต.วิศวนนท์ กล่าวว่า เครือข่ายนี้จะให้ผู้ต้องหา 2 คนที่ เป็นลูกจ้างของนายทุนไทยไปเช่ารถกับผู้เสียหายที่ให้บริการเช่ารถ ซึ่งผู้ต้องหา 2 คน คือนางสาว อนันตา (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี และ นายจิรานุวัฒน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี ที่จะแบ่งหน้าที่กันไปทำทีติดต่อขอเช่ารถ และทำสัญญาว่าจะใช้รถในพื้นที่จังหวัดอุดรธานีเท่านั้น แต่เมื่อเช็กผ่านระบบ GPS พบว่าผู้ต้องหาได้ใช้รถขับออกนอกพื้นที่ไปจังหวัดเลย จึงแจ้งตำรวจทางหลวงให้ช่วยสกัดจับและติดตามรถ จนสามารถไปติดตามจับกุมได้ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งผู้ต้องหาใช้เอกสารจริงในการเช่ารถทำให้ตำรวจสามารถติดตามตัวได้

จากการสอบถามเบื้องต้น ผู้ต้องหารับสารภาพว่า รับงานมาจากนายทุนคนไทยให้บินมาที่จังหวัดเลยและไปเช่ารถต่อและขับไปยังจังหวัดกาญจนบุรี แต่เมื่อถามต่อว่านำไปให้ใครที่ไหน ผู้ต้องหาบอกว่า ทราบมาแต่ว่าให้นำรถไปยังจุดนัดหมาย และจะมีคนโทรศัพท์มาบอกว่าต้องไปไหนหรือทำยังไงต่อ ก่อนจะนำออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ฝั่ง อำเภอสังขละบุรี ซึ่งค่าใช้จ่ายทั้งหมดนายทุนเป็นคนออกให้ และยังบอกอีกว่า ทำให้นายทุนคนนี้มาประมาณ 1 ปี ก่อเหตุมาแล้ว 50 คัน จากการขยายผลทราบว่า ยังมีพ่อค้าคนกลาง 2 คน ที่จะคอยหารถในตลาดมืดหรือรถตามเต็นท์เช่ารถ ว่าตรงตามออเดอร์ที่นายทุนต่างชาติต้องการ

เบื้องต้นตำรวจได้ออกหมายจับผู้ต้องหาได้ 5 หมาย จับได้แล้วคือ 2 ราย และยังติดตามตัวอีก 3 ราย คือพ่อค้าคนกลาง และนายทุนต่างชาติ ในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปหรือรับของโจร” จากกรณีที่ไปก่อเหตุขอเช่ารถและลักลอบนำไปขายต่อยังประเทศเพื่อนบ้าน และตรวจยึดของกลางได้มาคือ รถยนต์ที่ถูกโจรกรรมจำนวน 1 คัน ป้ายทะเบียนรถยนต์ จำนวน 4 แผ่น เอกสารสำเนาคู่มือรถ 16 ฉบับ โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง สมุดจดบันทึกรายรับรายจ่าย


