คนร้าย ยิง อส.ทหารพราน46 บาดเจ็บ 1 นาย ในอำเภอระแงะ จ.นราธิวาส
เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจ “สำนักงานประชาสัมพันธ์ จ.นราธิวาส” โพสต์ภาพและข้อความระบุว่า ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือเยียวยาฯ จังหวัดนราธิวาส รายงานเหตุคนร้ายยิงเจ้าหน้าที่ทหารพราน 46 บาดเจ็บ 1 นาย
เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม เวลาประมาณ 13.30 น. เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบชื่อและจำนวน ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ยิงเจ้าหน้าที่ทหารพราน สังกัด หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 เหตุเกิดบริเวณถนนในหมู่บ้านบองอ หมู่ที่ 4 ตำบลบองอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นเขตรอยต่อกับ หมู่ที่ 6 ตำบลผดุงมาตร อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส เป็นเหตุให้ อส.ทพ.นาซือรี อายุ 37 ปี ได้รับบาดเจ็บ มีบาดแผลจากกระสุนปืนเข้าบริเวณซี่โครงด้านขวา จำนวน 3 นัด ผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่งตัวยังโรงพยาบาลจะแนะ และส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์
วันที่ 10 ตุลาคม 2568 เวลา 12.30 น. เกิดเหตุคนร้ายจำนวนประมาณ 3 คน ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด ยิงใส่เจ้าหน้าที่อาสาสมัครทหารพราน (อส.ทพ.) สังกัด หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 46 ขณะอยู่บริเวณหน้าบ้านภรรยา ในพื้นที่ บ้านแฮ หมู่ที่ 4 ตำบลบองอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นรอยต่อกับหมู่ที่ 6 ตำบลผดุงมาตร อำเภอจะแนะ
ผู้ได้รับบาดเจ็บทราบชื่อคือ นายนาซือรี อาสาสมัครทหารพราน หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 46 ถูกกระสุนปืนเข้าบริเวณซี่โครงด้านขวา จำนวน 3 นัด เจ้าหน้าที่และชาวบ้านในพื้นที่ได้ช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลจะแนะ เพื่อให้แพทย์ทำการรักษา อาการเบื้องต้นปลอดภัย
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายนาซือรี ยืนอยู่กับภรรยาหน้าบ้านซึ่งอยู่ระหว่างก่อสร้าง ไม่มีเลขที่ ใน ตำบลบองอ อำเภอระแงะ ได้มีคนร้าย 3 คน เดินเท้ามาจากด้านหลังบ้าน แล้วใช้อาวุธปืนยิงใส่จำนวนหลายนัด ก่อนหลบหนีไปทางแนวป่าด้านหลังบ้าน
ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารจากหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 46 และฝ่ายปกครองในพื้นที่ ได้เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พร้อมกระจายกำลัง ปิดล้อมตรวจค้นและติดตามคนร้าย รวมถึงเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ เช่น ปลอกกระสุน และร่องรอยการหลบหนี เพื่อนำไปตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ยังไม่สรุปสาเหตุการก่อเหตุ แต่ไม่ตัดประเด็นความเชื่อมโยงกับ สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา ยังคงมีเหตุลอบยิงและลอบวางระเบิดเกิดขึ้นเป็นระยะในพื้นที่เสี่ยงของจังหวัดนราธิวาส ปัตตานี และยะลา


