ป.ป.ส.จับเครือข่ายค้ายา ใช้ควายฟอกเงิน ยึดทรัพย์กว่า 10 ล้านบาท พร้อมเร่งขยายผลตรวจสอบ
เมื่อวันที่ 13 ต.ค. สำนักงาน ป.ป.ส. ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดเผยถึงการเดินหน้าปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชนจากปัญหายาเสพติด และนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล โดยย้ำว่า ตามนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหายาเสพติดในระดับชุมชน โดยเฉพาะนโยบายการปราบปรามยาเสพติดต้องมีความเด็ดขาด รัฐบาลนี้เป็นศัตรูกับผู้ค้าและผู้ผลิตยาเสพติด พร้อมยกระดับการจัดการปัญหายาเสพติดให้ครบทุกมิติ
โดย พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า เมื่อวันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 4 พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจค้นและยึดทรัพย์สินตามหมายค้นศาลจังหวัดมหาสารคาม ที่ ค374/2568 และหมายจับศาลจังหวัดร้อยเอ็ด ที่ 650/2568 ในคดีผู้ต้องหา ชื่อ นายสุรสิทธิ์ (ขอสงวนนามสกุล) ณ บ้านพักแห่งหนึ่ง หมู่ที่ 14 ต.แกดำ อ.แกดำ จ.มหาสารคาม ซึ่งเปิดเป็นฟาร์มเลี้ยงกระบือ
โดยจากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ได้ยึดทรัพย์สินซึ่งมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเป็นทรัพย์สินที่มีอยู่หรือได้มาเกินกว่าฐานะการประกอบอาชีพที่สุจริต และอาจเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด ประกอบด้วย รถยนต์ ยี่ห้อ ISUZU จำนวน 2 คัน โฉนดที่ดิน จำนวน 3 แปลง กระบือ จำนวน 15 ตัว รถจักรยานไฟฟ้า จำนวน 1 คัน ลำโพงบลูทูธ ยี่ห้อ JBL จำนวน 1 เครื่อง เงินสด จำนวน 17,700 บาท และพระเครื่อง จำนวน 21 องค์ มูลค่าทรัพย์สินรวมทั้งสิ้นโดยประมาณ 10,000,000 บาท
อย่างไรก็ดี สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 4 จะเสนอเรื่องต่อเลขาธิการ ป.ป.ส. เพื่อพิจารณาออกคำสั่งตรวจสอบทรัพย์สินตามกฎหมายต่อไป และจะสืบสวนขยายผลเพื่อจับกุมผู้เกี่ยวข้องและผู้อยู่เบื้องหลังเครือข่าย พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

พ.ต.ต.สุริยา ย้ำว่า สำนักงาน ป.ป.ส. ให้ความสำคัญกับนโยบายที่ชัดเจนว่า “ผู้ค้ายาเสพติดเป็นศัตรูของชาติ” และจะใช้มาตรการทั้งทางอาญาและการยึดทรัพย์เพื่อตัดวงจรและทำลายเครือข่ายค้ายาเสพติดอย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและสังคม โดยสายด่วน 1386 คือที่พึ่งทุกปัญหายาเสพติด


