เมื่อวันที่ 26 เมษายน พล.ต.ต.ดุษฎี ชูสังกิจ ผบก.ปส.4 พ.ต.อ.วัชระ ทิพย์มงคล พ.ต.อ.อานันทพงศ์ เชิดเกียรติกุล รอง ผบก.ปส.4 พ.ต.อ.ยุทธนา พฤกษารุ่งเรือง ผกก.1 บก.ปส.4 พร้อมชุดสืบสวนได้จับกุมตัวผู้ต้องหา 3 คน นายอภิวัฒน์ หรือเอริ๊ก ชะเอมน้อย อายุ 34 ปี นายบรรพจน์ หรือพจน์ ศรีจันทร์ อายุ 41 ปี นายมานะ หรือนะ บัวสุวรรณ อายุ 40 ปี ทั้งหมดเป็นชาว จ.เพชรบุรี พร้อมยาบ้า 60,000 เม็ด โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง รถจักรยานยนต์ฮอนด้า สีแดง ทะเบียน ขงธ 553 เพชรบุรี 1 คัน อาวุธปืนขนาด .45 จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืนขนาด .45 มม. 7 นัดบรรจุอยู่ในซองบรรจุกระสุนปืนจำนวน 1 ซอง ซองพกอ่อน ซองรถยนต์ฮอนด้าสีขาว ทะเบียน กฉ 8184 เพชรบุรี 1 คัน จับกุมได้ที่บริเวณปั๊มน้ำมัน ปตท.บางเค็ม ต.ห้วยโรง อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี ต่อเนื่องริมถนน ต.ท่ายาง อ.เมือง จ.เพชรบุรี เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 24 เมษายนที่ผ่านมา
พ.ต.อ.วัชระกล่าวว่า ได้รับแจ้งมีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดของนายอภิวัฒน์จำหน่ายยาบ้า 60,000 เม็ด เป็นเงิน 3,000,000 บาท จึงให้สายลับพร้อมเจ้าหน้าที่อำพรางล่อซื้อและนัดดูเงินส่งมอบกันในพื้นที่ จ.เพชรบุรี โดยนายอภิวัฒน์ได้นัดให้สายลับมาพบที่บริเวณร้านกาแฟแบล็คแคนย่อนภายในปั๊มน้ำมัน ปตท.บางเค็ม ต.ห้วยโรง อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี จึงวางแผนพร้อมวางกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนอำพรางตัวอยู่ภายในบริเวณใกล้เคียงจุดนัดหมาย จนกระทั่งถึงเวลานัดนายอภิวัฒน์ได้มาพบสายลับจึงพาไปดูเงินที่รถซึ่งจอดอยู่ที่ลานจอดรถหน้าร้านแบล็คแคนย่อนแล้วนายอภิวัฒน์ได้แจ้งให้ขับรถยนต์ไปจอดคอยที่บริเวณริมถนนตรงสะพานยกระดับสาย 2 ต.ท่ายาง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี เมื่อไปถึงจุดนัดหมายนายบรรพจน์ได้ขี่รถจักรยานยนต์มาพร้อมกับนายมานะได้เปิดประตูรถของเจ้าหน้าที่ที่อำพรางตัวและเข้ามานั่ง ก่อนพาไปจุดที่ได้วางยาบ้าไว้ ซึ่งอยู่ตรงที่ถังขยะใกล้สะพานยกระดับสาย 2 โดยนายบรรพจน์ได้ขี่รถจักรยานยนต์นำหน้าไป เมื่อถึงจุดที่วางยาบ้าได้เปิดประตูรถยนต์เดินลงไปหยิบยาบ้า 30 มัดตามที่นายมานะบอก จากการตรวจสอบพบว่าเป็นยาบ้า จึงส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเข้าแสดงตัวเป็นตำรวจจับกุม ทั้งสองได้พยายามต่อสู้ขัดขืนการจับกุมตำรวจจนเป็นเหตุตำรวจได้รับบาดเจ็บขณะเข้าจับกุม 3 นาย
จากการสอบสวนนายอภิวัฒน์สารภาพว่า ยาบ้าเป็นของนายกิตติ (ไม่ทราบนามสกุล) ให้ตนเองมาดู จะได้ค่าจ้างเป็นเงิน 60,000-70,000 บาท เมื่อทำงานเสร็จ ส่วนนายบรรพจน์และนายมานะจะทำหน้าที่ไปรับของ-ส่งของ
ขณะที่ พ.ต.อ.ยุทธนากล่าวว่า ขณะนี้ได้สืบสวนขยายผลออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการ พร้อมตรวจสอบยึดอายัดทรัพย์สินตาม พ.ร.บ.มาตรการของกลุ่มนายอภิวัฒน์ พบว่ามีฟาร์มวัวชน และมีวัวชนจำนวน 3 ตัว สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารต่างๆ ทองรูปพรรณอื่นอีกหลายรายการมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต” และแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ต้องหาที่ 2 (นายบรรพจน์) เพิ่มเติมว่า “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุจำเป็น และไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว” และแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับผู้ต้องหาที่ 2 และ 3 (นายมานะ) ว่า “ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่” จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.4 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

