ปส.คุมตัวพ่อค้ามาเลย์ ค้าเฮโรอีนข้ามชาติ ฝากขังศาลอาญา ค้านประกัน

26.04.17 | 14:54 น.

เมื่อวันที่ 26 เมษายน ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พ.ต.ต.หญิง ดวงกมล เตียเจริญ พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามยาเสพติด 4 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส. ได้นำตัว นายโก จุนเกียรติ (Mr.GOH CHOON KIAT) อายุ 43 ปี ชาว จ.ยะโฮ ประเทศมาเลเซีย ผู้ต้องหาคดีค้า เฮโรอีนรายใหญ่ ในข้อร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เฮโรอีน,ไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาตและสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต มาฝากขังครั้งแรกต่อศาลอาญา เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน-7 พฤษภาคม ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ

คำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์ว่า เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2559 เวลา 05.30 น. ตำรวจด่านตรวจยานพาหนะ จ.ชุมพร ได้สนธิกำลังร่วมกันตั้งจุดตรวจบริเวณริมถนนเพชรเกษม (กรุงเทพฯ-ชุมพร) ต่อมาพบรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า สีเทา ทะเบียน ษฬ 5099 กรุงเทพมหานคร ขับผ่านมาตามถนนเพชรเกษม มุ่งหน้าไปยัง จ.ชุมพร ตำรวจชุดจับกุมจึงเรียกให้หยุด เพื่อตรวจค้น พบนายโก๊ะ เอ็ก กวง (MR.KOH EK KUANG) อายุ 45 ปี โดยมีนาย เตียว ชี ออง (MR.TNIO CHEE HIONG) อายุ 44 ปี นั่งโดยสารมาด้วยจึงตรวจค้นพบเฮโรฮีนเป็นผงสีขาวบรรจุแท่งสี่เหลี่ยม สัญลักษณ์สิงโตเหยียบลูกโลก น้ำหนักแท่งละ 370 กรัม จำนวน 120 แท่ง รวมน้ำหนัก 44.4 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ในช่องลับ บริเวณที่เก็บของท้ายรถยนต์เก๋ง และยังพบเฮโรอีน บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีเขียวและห่อกระดาษสีน้ำตาล จำนวน 20 แท่งๆ ละ 400 กรัม น้ำหนักรวม 8 กิโลกรัม นอกจากนี้ ยังพบยาเสพติดประเภทยาไอซ์บรรจุในถุงใบชา สีเขียว 41 ถุง น้ำหนักรวม 41.9 กิโลกรัม จึงจับกุมนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

ต่อมาจากการสืบสวนขยายผลได้สืบสวนติดตามนายโก จุนเกียรติ เรื่อยมา จนกระทั่งเมื่อวันที่ 24 เมษายน เวลา 17.45 น. ได้ทราบว่า นายโก จุนเกียรติ กำลังจะเดินทางกลับประเทศมาเลเซีย โดยจะมาขึ้นเครื่องบินที่สนามบินสุวรรณภูมิ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ จึงไปตรวจสอบที่สนามบินสุวรรณภูมิ พบนายโก จุนเกียรติ ซึ่งมีลักษณะท่าทางและรูปร่างหน้าตาตรงกับผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญา ที่ 65/2560 ยืนอยู่บริเวณภายในสนามบินสุวรรณภูมิ จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ ซึ่งนายโก จุนเกียรติ ยอมรับว่าเป็นคนเดียวกับบุคคลตามหมายและไม่เคยถูกจับกุมมาก่อน นอกจากนี้ จากการตรวจค้นตัวพบคีย์การ์ด และกุญแจห้องของคอนโด ลุมพินีพาร์ค ริเวอร์ไซค์ พระราม 3 จึงไปตรวจค้นที่ห้องพักพบอาวุธปืนยี่ห้อบาเร็ตต้า และเครื่องกระสุนขนาด 9 มม. จำนวน 5 นัด ซุกซ่อนอยู่บนเพดานห้องน้ำ จึงแจ้งข้อหาเพิ่มดำเนินคดีอีก 1 ข้อหาด้วย

ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนยังระบุว่า ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหามาจะครบ 48 ชั่วโมง แต่การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น เนื่องจากมีความจำเป็นต้องสอบพยานเพิ่มอีก 7 ปาก รอผลตรวจพิสูจน์ยาเสพติด รอผลตรวจประวัติจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร จึงขออนุญาตฝากขังและขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง มีลักษณะเป็นเครือข่าย เกรงว่าหากปล่อยตัวไปผู้ต้องหาจะหลบหนี

ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังตามคำร้อง

Advertisement