อธิบดีดีเอสไอ เผยยังสอบพยาน 1,200 คนไม่เสร็จ ชี้ ส่วนใหญ่ให้การไม่เป็นประโยชน์

17.10.25 | 15:59 น.

อธิบดีดีเอสไอคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน ส.ว.ยังสอบปากคำพยาน 1,200 รายไม่เสร็จสิ้น ส่วนใหญ่ให้การไม่เป็นประโยชน์ แย้มพยาน จ.บุรีรัมย์ ขัดหมายเรียกพยาน ไม่ให้ความร่วมมือ ส่วน คดีสืบสวนรุกที่ดินเขากระโดง ยังไม่รับเป็นคดีพิเศษ แต่อยู่ระหว่างประสานหน่วยงานเกี่ยวข้อง ตรวจสอบเบื้องต้นพบ มีการออกมานานหลายสิบปี ต้องขยายดู เป็นการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่หรือไม่

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 17 ตุลาคม ที่กระทรวงยุติธรรม ถนน​แจ้งวัฒนะ​ กรุงเทพ​มหานคร​ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีพิเศษที่ 24/2568 กรณี การสมคบกันในความผิดฐานฟอกเงินของบุคคลหรือคณะบุคคลที่กระทำความผิดฐานอั้งยี่ฯ ตามมาตรา 209 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน ส.ว. ว่า เรื่องนี้เราดำเนินการในฐานความผิดทางอาญา ดังนั้น จึงต้องมีพยานหลักฐานที่ชัดเจน ซึ่งระหว่างนี้ยังคงอยู่ระหว่างไล่ตรวจสอบเส้นทางการเงินและจะมีการประชุมร่วมกับพนักงานอัยการในเร็วๆ นี้ ถ้ามีหลักฐานว่าการโอนเงินนั้น เป็นการโอนเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิด ก็จะมีการดำเนินคดี แต่ว่ายังไม่ได้มีการประชุมร่วมกับอัยการจึงอยู่ระหว่างนัดหมาย

สอบถามว่าพยานจำนวน 1,200 ราย ที่ดีเอสไอดำเนินการสอบสวนเกี่ยวกับขบวนการฮั้ว ส.ว. มีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง พ.ต.ต.ยุทธนากล่าวว่า ก็มีสอบพยานไปบางส่วน แต่ว่าเมื่อมาพิจารณาคำให้การของพยานแล้วก็ไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีมากนัก ก็จะต้องนำไปประชุมร่วมกับพนักงานอัยการ ส่วนจะต้องพิจารณาดำเนินคดีขัดหมายเรียกพยานกลุ่ม จ.บุรีรัมย์ ที่ก่อนหน้านี้ไม่ให้ความร่วมมือเข้าให้ปากคำหรือไม่นั้น ก็ต้องประชุมร่วมกับพนักงานอัยการ

เมื่อถามถึงเรื่องสืบสวนที่ 97/2568 กรณีบุรุกที่ดินเขากระโดง ต.เสม็ด และ ต.อิสาณ จ.บุรีรัมย์ ที่ดีเอสไอยังคงไม่มีการรับเป็นคดีพิเศษ เนื่องด้วยติดอุปสรรคอะไรหรือไม่นั้น พ.ต.ต.ยุทธนากล่าวว่า เรื่องเขากระโดงยังคงเป็นเรื่องสืบสวน ยังไม่ได้รับเป็นคดีพิเศษ แต่เราก็มีการแสวงหาพยานหลักฐาน ก็มีการสอบถามข้อมูลไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง แล้วก็โดยเฉพาะเรื่องนี้มีการร้องในเรื่องบุกรุก และเอกสารสิทธิ ซึ่งการออกเอกสารสิทธิก็เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ เพราะดูเบื้องต้นพบว่ามีการออกมานานหลายสิบปีแล้ว ก็จะไปพิจารณาดูว่าเป็นการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่หรือไม่ ซึ่งถ้าเกิน 20 ปีก็จะขาดอายุความ แต่จะเป็นความผิดหรือไม่ ต้องมีการรวบรวมพยานหลักฐานอีกส่วนหนึ่ง