ทลายแก๊งกดเงินบัญชีม้าสมุทรปราการ ยึดเงินสดเกือบ2ล้าน พบลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้าผ่านไลน์

21.10.25 | 22:00 น.

ทลายแก๊งกดเงินบัญชีม้าสมุทรปราการ ยึดเงินสดเกือบ2ล้าน พบลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้าผ่านไลน์


เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ที่ตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง จตช./รอง ผอ.ศปอส.ตร. พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 ร่วมกันแถลงพล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1 , พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล รอง ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.ชินโชติ วัฒนธนานพผกก.สส.3 บก.สส.ภ.1 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน กก.สส.3 บก.สส.ภ.1 ทลายแก๊งกดเงินบัญชีม้าสมุทรปราการยึดเงินสดคามือเกือบ 2 ล้านบาท

สืบเนื่องจากหญิงผู้เสียหายรายหนึ่งได้รับสายโทรศัพท์จากมิจฉาชีพ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์แจ้งว่าผู้เสียหายมีพัสดุตกหล่น ต่อมามีผู้แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่กรมคุ้มครองผู้บริโภคแจ้งว่าต้องตรวจสอบเงินของผู้เสียหายเพื่อคุ้มครองเงิน ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงทำตามขั้นตอนที่มิจฉาชีพแจ้ง สุดท้ายถูกหลอกให้โอนเงินออกไป จำนวน 400,000 บาท และประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.สุพรรณบุรี เพื่อพาเข้าแจ้งความ สภ.พระประแดง

ต่อมา บก.สส.ภ.1 รับแจ้งข้อมูลจาก War Room IAC สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่ามีกลุ่มแก๊งคอกม้าทำหน้าที่เป็นจัดหาบัญชีม้ามาถอนเงินสดที่ได้จากการหลอกลวงผู้เสียหาย ซึ่งคาดว่าสร้างความเสียหายแล้วกว่า 4,000,700 บาท

Advertisement

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.3 บก.สส.ภ.1 สืบสวนติดตามจนรู้ตัวกลุ่มคนร้ายและยานพาหนะที่ใช้ก่อเหตุทั้งหมดว่าเป็นกลุ่มเดียวกัน ที่ทำหน้าที่เป็นกลุ่มคนคุมคอกบัญชีม้าในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ จนสืบสวนทราบว่า กลุ่มคนร้ายที่คุมคอกบัญชีม้าได้ออกมาเตรียมตัวเพื่อจะให้บัญชีม้าออกมาถอนเงินสด จึงสะกดรอยติดตามไปจนถึงห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง สาขาพระประแดงและเฝ้าติดตามไว้

จนกระทั่งมี น.ส.แสงดา พร้อมกับนายธนากรณ์ ลงมาจากรถยนต์ mitsubishi รุ่น xpender ที่ใช้รับส่งบัญชีม้าไปถอนเงินตามสถานที่ต่างๆ เดินไปถอนเงินสดที่ธนาคารแรก จำนวน 525,820 บาท และธนาคารที่สอง จำนวน 1,398,580 บาท (ถูกหักค่าธรรมเนียมบัญชีต่างจังหวัด 1,420 บาท) รวมทั้ง 2 ธนาคารเป็นเงิน จำนวน 1,924,400 บาท ต่อมา น.ส.แสงดา นำเอาเงินไปให้นายธนากรณ์ ที่ยืนรออยู่บริเวณใกล้กับธนาคารฯ เพื่อจะนำเงินสดไปให้ นายกิตติพงศ์ ที่จอดรถยนต์รออยู่ในบริเวณลานจอดรถของห้างฯ เพื่อรอนำไปส่งให้แก่คนรวมเงินไปส่ง
ให้ผู้สั่งการ

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจแสดงตัวเข้าจับกุม น.ส.แสงดา และ นายธนากรณ์ พร้อมตรวจยึดเงินสดของกลางรวม 1,924,400 บาท โดยในระหว่างจับกุมทั้ง 2 ราย นายกิตติพงศ์ ได้เห็นเหตุการณ์ จึงขับรถยนต์หลบหนีส่วนชายอีกคนที่ทำหน้าที่รอรวบรวมเงินไปส่งให้ผู้สั่งการ ได้ขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ Honda รุ่น Forza สีแดงไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนหลบหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเร่งติดตามไปจนจับกุมนายกิตติพงศ์ ไว้ได้ใน ซอยเทศบาลบางปู 45 อ.บางปู จ.สมุทรปราการ ส่วนผู้รวบรวมเงินไปส่งให้ผู้สั่งการ เจ้าหน้าที่สามารถติดตามตัวได้ที่ซอยเคหะ 29 ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ ทราบชื่อ นายมนัสชัย จึงได้เชิญตัวมาให้ถ้อยคำในเรื่องดังกล่าว

พล.ต.ท.วัฒนา กล่าวว่าตำรวจ บก.สส.ภ.1 จึงจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 3 คน ได้แก่
1. น.ส.แสงดา อายุ 30 ปี (บัญชีม้า) พร้อมตรวจยึดของกลาง เป็นเงินสด จำนวน 1,924,400 บาท, สมุดบัญชีเงินฝาก และโทรศัพท์มือถือ
2. นายธนากรณ์ อายุ 26 ปี (คนคุมบัญชีม้า) พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือและกระเป๋าสะพายที่ใช้ใส่เงินสดที่ถอน
3. นายกิตติพงศ์ อายุ 31 ปี (คนคุมบัญชีม้า) พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นรถยนต์ mitsubishi รุ่น xpender และโทรศัพท์มือถือ

โดยดำเนินคดีฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ,เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตนเอง โดยมีพฤติการณ์ที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ม.9) , จัดหา โฆษณา หรือไขข่าว เพื่อให้มีการซื้อขาย บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อนำไปใช้กระทำความผิดทางอาญา(ม.10)”

พล.ต.ท.วัฒนา แถลงอีกคดีว่า พล.ต.ต.วรชาติ พ.ต.อ.นภธร วาชัยยุผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.ภ.1พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน บก.สส.ภ.1 ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาขนบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 1 ราย คือ

1. นายอภิวัชญ์ หรือโอ๊ต อายุ 29 ปี ได้ที่บ้านหลังหนึ่ง ซ.บางแวก 79 ถ.บางแวก แขวงคลองขวาง เขตภาษีเจริญกรุงเทพมหานคร ก่อนจับกุม กก.วิเคราะห์ ฯสืบสวนหาข่าวเกี่ยวข้องกับกรณีผู้ลักลอบขายหรือผู้ให้บริการบุหรี่ไฟฟ้าผู้นำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าโดยผิดกฎหมาย และทราบว่ามีผู้ที่ลักลอบจำหน่ายประกาศทางสื่อโฆษณาออนไลน์ ผ่านแอพพลิเคชั่น X มีชื่อว่า “High Moon” เปิดให้มีการลักลอบจำหน่ายประกาศขายบุหรี่ไฟฟ้าผสมกัญชาซึ่งเป็นสินค้าต้องห้ามดังกล่าว โดยเปิดเป็นสาธารณะบุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ มีช่องทางการติดต่อผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์ จากการสืบสวนพบว่า นายอภิวัชญ์ เป็นผู้ลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าดังกล่าว ให้กับประชาชนทั่วไป จึงทำการสืบสวนขยายผลจนทราบว่า ผู้ต้องหาพักอาศัยและซุกซ่อนบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์ของกลางทั้งหมด ไว้ที่บ้านหลังหนึ่ง ซ.บางแวก 79 จึงรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลให้ออกหมายค้น

​จากนั้น เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม นำหมายค้นของศาลอาญาธนบุรี เข้าทำการตรวจค้น บ้านหลังหนึ่ง ซ.บางแวก 79 ของผู้ต้องหาพบบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์ ทั้งสิ้น 12,500 ชิ้น รวมมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท จากการสอบถามผู้ต้องหา ให้การยอมรับว่าบุหรี่ไฟฟ้าทั้งหมด เป็นของตนจริง มีไว้เพื่อลักลอบจำหน่ายให้กับประชาชนทั่วไป จึงยึดไว้เป็นของกลาง ดำเนินคดีข้อหา “ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้ โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของมิได้เสียค่าภาษี หรือของต้องจำกัด หรือของต้องห้าม หรือที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้อง หรือเป็นของนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกอากร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560” และนำตัวผู้ต้องหาพร้อมด้วยบุหรี่ไฟฟ้าของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน สน.หลักสอง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ด้าน พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ฐานะควบคุมงานประชาสัมพันธ์ เปิดเผยว่าหากแจ้งเบาะแสการทำความผิดในเขตพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 สามารถแจ้งที่สายด่วน 191 ในเขตพื้นที่นั้นๆระบบจะบันทึกเมื่อ โทรไปยังเจ้าหน้าที่และจะมีการบันทึก เสียงและเบอร์โทรศัพท์ไว้เพื่อติดต่อกลับหรือว่าไประงับเหตุให้ทันท่วงที โดยใช้เทคโนโลยี มาช่วยในการ รับสาย ให้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม