ยึดจยย. 400 คัน บริษัทรถเช่ารัสเซีย เกาะพะงัน ให้ลูกจ้างไทยถือหุ้น ซ้ำหลังร้านเปิดอู่ชำแหละอะไหล่

22.10.25 | 10:47 น.

ตร.ท่องเที่ยว บุกตรวจบริษัทรถเช่ารัสเซียรายใหญ่บนเกาะพะงัน สงสัยลูกจ้างสาวไทยนอมินี ยึดรถ จยย. 400 คัน รถยนต์ 20 คัน หลังร้านเปิดอู่ชำแหละอะไหล่ คาดพัวพันคดีรถหาย

เมื่อค่ำวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สถานีตำรวจท่องเที่ยวเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี พล.ต.ต.กฤษณ์ วาฤทธิ์ รอง ผบช.ทท. ร่วมกับ พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม.6 พ.ต.อ.ศิริชัย สุขสาตต์ รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.อภิชาต จันทร์สำเร็จ ผกก.สภ.เกาะพะงัน, พ.ต.อ.นฤวัต พุทธวิโร ผกก.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี และนายไพสิฐ ทองฉิม ปลัดอาวุโสอำเภอเกาพะงัน แถลงผลการนำกำลังตำรวจท่องเที่ยว, ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง, สภ.เกาะพะงัน, สืบสวนภาค 8 และ นปพ.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี

เข้าตรวจสอบ บริษัทให้บริการรถเช่าและห้องพักที่ตลาดแห่งหนึ่ง บ้านท้องศาลา หมู่ 1 ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน เนื่องจากได้รับร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวว่า “ถูกบริษัทรถเช่ายึดหนังสือเดินทาง”

พล.ต.ต.กฤษณ์กล่าวว่า การตรวจสอบพบผู้หญิงไทย 1 คนชื่อ น.ส.ธัญญ์ญานิช อายุ 39 ปี ทำหน้าที่พนักงานดูแลภายในร้าน มี นายวาเลรี เบโลมิทเซฟ (Mr.Valerii Belomyttcev) อายุ 39 ปี สัญชาติรัสเซีย ทำหน้าที่ดูแลให้บริการลูกค้า และลูกจ้างแรงงานเมียนมาบริการลูกค้าและแม่บ้านในร้าน 5 คน ประกอบด้วย นายเมียว ลวิน (MR.MYO LWIN) อายุ 45 ปี นางโย โย เพียว (Mrs.Nyo Nyo Phyo) อายุ 39 ปี นางซิน ซิน มาว (Mrs.Zin Zin Maw) อายุ 34 ปี นายซอ โก นาย (Mr.Zaw Ko Naing) อายุ 31 ปี และนายลิน เทะ (Mr.Lin Htet) อายุ 24 ปี จึงควบคุมตัวไว้

Advertisement

จากการตรวจสอบข้อมูลการดำเนินการ พบว่า จดทะเบียนเป็นบริษัทมีผู้ถือหุ้น 2 คน เป็นหญิงไทย 1 คน ชื่อ น.ส.ธัญญ์ญานิช มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นแต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลงทุน เป็นเพียงพนักงานดูแลภายในร้าน ส่วนผู้ถือหุ้นอีกส่วนอีกรายเป็นชาวรัสเซีย อาศัยอยู่ที่ จ.ภูเก็ต ภายในบริษัทพบรถจักรยานยนต์ชนิดต่างๆ ทั้งประเภทบิ๊กไบค์ เอ็นดูโร ซุปเปอร์คัพ ประมาณ 400 คัน อุปกรณ์ประกอบชิ้นส่วนรถ และรถยนต์ 20 คัน

เบื้องต้นทราบว่ารถจักรยานยนต์และรถยนต์อาจมีความเชื่อมโยงกับกรณีรถจักรยานยนต์ที่เคยสูญหายหลายครั้งในพื้นที่เกาะพะงัน

เนื่องจาก 1 ในลูกจ้างชาวเมียนมาที่ถูกจับกุมให้การว่า รับซื้อรถจักรยานยนต์จากเพื่อนแรงงานชาวเมียนมาบนเกาะพะงันในราคาหลักพันบาท นอกจากนี้พบว่าบริษัทดังกล่าวยังเปิดให้บริการห้องพักรายวัน แต่เมื่อตรวจสอบไม่พบใบอนุญาตประกอบการธุรกิจโรงแรม รวมทั้งอู่ซ่อมรถอย่างใด จึงควบคุมตัวทั้งหมดไปสอบปากคำที่ สภ.เกาะพะงันและจะติดตามตัวชาวรัสเซียเจ้าของบริษัทมาสอบปากคำ

พล.ต.ต.กฤษณ์ วาฤทธิ์ รอง ผบช.ทท. เปิดเผยว่า เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวร้องเรียนว่าบริษัทแห่งนี้ให้เช่ารถโดยยึดพาสปอร์ตไว้ ซึ่งนักท่องเที่ยวมีความจำเป็นต้องใช้พาสปอร์ตและบริษัทไม่คืนเงินให้ ประกอบมีการร้องเรียนจากประชาชนว่าเป็นการปล่อยรถเช่าของชาวต่างชาติซึ่งเป็นอาชีพที่ไม่ได้รับอนุญาต ด้านหลังเปิดเป็นโรงแรมไม่มีใบอนุญาต ยังเปิดเป็นอู่ซ่อมรถถอดชิ้นส่วนอะไหล่และสลับเปลี่ยนคันรถไม่มีใบอนุญาตเปิดอู่ซ่อม และชาวต่างชาติทั้งหมดทำงานไม่ถูกต้องตามใบอนุญาต

“จึงให้ยึดรถจักรยานยนต์ทั้งหมด 400 คัน และรถยนต์ 20 คันไปตรวจสอบที่มาโดยถูกต้องหรือไม่ ซึ่งบริษัทนี้มีเจ้าของจริงๆ เป็นชาวรัสเซีย ส่วนหญิงไทยมีชื่อเป็นหุ้นส่วนบริษัทซึ่งเป็นลูกจ้างด้วยกรณีนี้จะเข้าข่ายเป็นนอมินี จะให้สืบสวนดูเส้นทางการเงินการประกอบการธุรกิจอีกครั้งว่าผิดหรือไม่ ถ้าผิดต้องแจ้งข้อหาเพิ่มต่อไป” พล.ต.ต.กฤษณ์กล่าว