เจาะลึก’ค่านิยม’ เลี้ยงดู-ปูเสื่อž

27.04.17 | 13:35 น.

จากกรณี นางเอ (นามสมมุติ) มารดา ด.ญ.บี (นามสมมุติ) ออกมากล่าวหาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.น้ำเพียงดิน จ.แม่ฮ่องสอน ว่ามีพฤติการณ์เป็นธุระจัดหา ข่มขู่ บังคับให้ ด.ญ.บีค้าประเวณี จนนำไปสู่การขยายผลจับกุมเครือข่าย ตำรวจใหญ่ และข้าราชการระดับบิ๊กในจังหวัดอีกหลายคน

ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และเป็นปรากฏการณ์ตัวอย่าง พิสูจน์ให้เห็นว่าค่านิยมเลี้ยงดูปูเสื่อข้าราชการต่างๆ เวลาเดินทางไปราชการต่างจังหวัดนั้น เป็นเรื่องจริงที่ฝังหัวคนไทยมานาน

ในเรื่องนี้ น.ส.สุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง ผู้จัดการมูลนิธิส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคม เผยว่า เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของคนกลุ่มหนึ่งที่นำมาสู่การจัดหาเด็กมาสนองความใคร่ของผู้อื่่น ส่งผลต่อการค้าบริการทั้งเด็กชายและหญิง เป็นระบบเลี้ยงดูปูเสื่อ ซึ่งเป็นค่านิยมผิดๆ ที่ส่งต่อสืบทอดกันมานานก่อนจะมีกฎหมายต่างๆ เกิดขึ้นด้วยซ้ำ เป็นประเพณีที่ว่าหากข้าราชการไปหัวเมืองต่างๆ ก็จะมีระบบบริการ จัดหา ช่วยดูแล บางคนคิดว่าการนอนกับเด็กทำให้อายุยืน ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงแล้วการไปทำงานนั้น เพียงแค่ช่วยเหลือดูแล จัดบ้านพัก ดูแลสถานที่ อาหาร ให้ก็เหมาะสมเพียงพอแล้ว การที่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ไปต่างถิ่นและไปประพฤติไม่เหมาะสมทางเพศนั้น ถือเป็นการไม่ตระหนักถึงสิทธิต่อมนุษย์และการเคารพศักดิ์ศรี จึงไม่ใช่เรื่องที่เหมาะสมนัก ซึ่งก็มีกรณีตัวอย่างมากมายที่เกิดขึ้นตลอดมา

พฤติกรรมเช่นนี้ถือเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายไทยอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมาเวลาเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น เมื่อเป็นคดีอาญา มีการแจ้งไปที่หน่วยงานต้นสังกัดแล้ว ต้นสังกัดจะพิจารณาว่าเป็นเหตุผิดวินัยปกติ หรือผิดวินัยร้ายแรงอีกขั้นหนึ่ง ซึ่งหลายครั้งมีการช่วยเหลือกัน พูดคุยกับเหยื่อให้ยอมความ จ่ายเงินปิดปาก ก็มีตลอดมา บางครั้งเหยื่อเองถูกข่มขู่เพื่อให้ถอนแจ้งความก็มี หลายกรณีแม่เป็นคนพาลูกไปขายบริการเองก็มี เสียหายทั้งระบบเศรษฐกิจและสังคมโดยรวมŽ

น.ส.สุเพ็ญศรี ระบุอีกว่า การจะแก้ไขปัญหานี้ได้นั้นเป็นเรื่องยาก ไม่ใช่แค่พูดครั้งเดียวและจะเปลี่ยนแปลงได้ แต่ต้องไปศึกษารากของปัญหาที่แท้จริง ต้องเปลี่ยนความเชื่อเสียใหม่ ดูตั้งแต่การบ่มเพาะเลี้ยงดูของผู้ปกครอง สอนค่านิยมตั้งแต่เด็กเพื่อป้องกันเรื่องเหล่านี้ รวมถึงไม่กระทำกับผู้อื่นและรู้จักป้องกันตัว รู้จักวิธีการปฏิเสธ หากเกิดเหตุการณ์แล้วก็จำเป็นต้องลงโทษให้ชัดเจน กฎหมายต้องเข้มงวด เจ้าหน้าที่ไม่เอนเอียงช่วยฝ่ายใด ผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องหรือผู้บังคับบัญชาต้องสอดส่องดูแล ลงโทษเร็ว เป็นแบบอย่างที่ดี ซึ่งในแง่ดีคือการที่มีข่าวขึ้นมา ก็เป็นปรากฏการณ์ที่นำไปสู่การวิเคราะห์ถึงรากเหง้าของปัญหา และให้ทุกฝ่ายได้มาคิดหาทางแก้ไขได้

Advertisement

ขณะที่ นายจะเด็ด เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล มองว่าวัฒนธรรมเลี้ยงดูปูเสื่อมีเกือบทุกที่และยังมีอยู่ เพียงแต่ว่าจะเป็นข่าวหรือไม่ เพราะวัฒนธรรมนี้คือวิธีคิดชายเป็นใหญ่ที่ฝังรากลึกมานาน อย่างในอดีตวัยรุ่นชายมักถูกบ่มเพาะจากรุ่นพี่ว่าเป็นผู้ชายแมนๆ ต้องกินเหล้า ต้องเที่ยวผู้หญิง พอมาถึงระดับมหาวิทยาลัยจะมีวัฒนธรรมการขึ้นครู การต้องไปเที่ยวผู้หญิง การเอาผู้หญิงมาแสดงความเป็นผู้ชาย เมื่อเวลาล่วงเลยพวกเขาได้เป็นข้าราชการ ก็เอาวัฒนธรรมนี้มาเอาใจนาย ตั้งแต่พาไปเลี้ยงกินเหล้าเมายา จากนั้นก็มีเรื่องผู้หญิงมาเกี่ยวข้อง และเมื่อเขาได้เป็นนายบ้าง เขาก็รับวัฒนธรรมนี้อย่างไม่ขัดเขินเช่นเดียวกัน

เรื่องนี้สะท้อนวัฒนธรรมที่ผู้ชายถูกปลูกฝั่งมา หากไปตั้งข้อวิจารณ์ที่ผู้ชายอย่างเดียว คงชวนทะเลาะมากกว่าจะแก้ปัญหา ฉะนั้นต้องแก้ที่ระบบและเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ อย่างแรกภาคราชการที่มีกฎระเบียบเกี่ยวกับคุณธรรมและจริยธรรมอยู่แล้ว จะต้องบังคับใช้ให้จริงจังและชัดเจน ต้องไม่ทำเรื่องดังกล่าวซึ่งผิดทั้งคุณธรรมและกฎหมาย ส่วนวัฒนธรรมเลี้ยงดูปูเสื่อก็อาจต้องแก้โดยผู้บริหารภาครัฐที่จะกล้าประกาศเป็นนโยบายหรือทำเป็นกฎเลยว่าต้องไม่มีการเลี้ยงดูปูเสื่อ จากนั้นก็ติดตามตรวจสอบว่าสามารถทำได้จริงไหม รวมถึงเปิดช่องทางร้องเรียนที่จะปกปิดข้อมูลและปกป้องความปลอดภัยผู้มาร้องเรียน ซึ่งควรมีตัวแทนจากหลายภาคส่วน เพื่อป้องกันการช่วยเหลือกันเอง อย่างกรณีนี้เห็นได้ชัดว่าแม่และเด็กไปร้องเรียนหลายหน่วยงานองค์กรแล้ว แต่มาชัดเจนได้เพราะร้องสื่อŽ

ผอ.มูลนิธิหญิงชายก้าวไกลกล่าวทิ้งท้ายว่า เรามักบอกให้ผู้หญิงรักนวลสงวนตัว มองผู้หญิงที่ซื้อบริการทางเพศว่าไม่ดี อยากแต่งงานกับผู้หญิงที่บริสุทธิ์ แต่ไม่เคยบอกหรือมองผู้ชายอย่างนี้เลย ฉะนั้นสิ่งที่ต้องแก้ต่อมาคือระบบคิดชายเป็นใหญ่ ซึ่งอาจต้องกลับมารณรงค์ว่าผู้ชายที่ดีต้องไม่ซื้อบริการทางเพศ เพื่อไม่สนับสนุนขบวนการค้ามนุษย์ ผู้ชายที่เก่งไม่จำเป็นต้องเก่งเรื่องเพศ มีหลายเมียเหมือนขุนแผน แต่เก่งเพราะเคารพศักดิ์ศรีผู้หญิง ซึ่งอาจต้องปลูกฝังตั้งแต่วัยเรียน