รอง จตช.โต้ข่าว สแกมเมอร์ย้ายฐานมาไทย เป็นไปได้ยาก ยันไม่มีคนไทย หนีตายจากเคเคปาร์ค

24.10.25 | 13:15 น.

รอง จตช.เผย​ไทย-กัมพูชา เห็นพ้องตั้งคณะทำงานร่วมปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์​

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568​ ที่​สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติว่า ​วานนี้ (23 ต.ค.)​ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นำคณะไทยเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการชายแดนร่วม (GBC) ไทย-กัมพูชา เพื่อหารือแนวทางยุติและแก้ไขปัญหาชายแดนระหว่างสองประเทศ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นตัวแทนร่วมประชุมและประสานความร่วมมือกับทางการกัมพูชา

พล.ต.ท.ไตรรงค์กล่าวว่า ฝ่ายไทยได้ยื่นข้อเสนอสำคัญเกี่ยวกับการปราบปรามเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชา ซึ่งเบื้องต้นทางการกัมพูชาได้ตอบรับและตกลงจัดตั้ง “คณะทำงานร่วมไทย-กัมพูชา” เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองและปฏิบัติการร่วมในการสกัดกั้นกลุ่มอาชญากรไซเบอร์เหล่านี้

พล.ต.ท.ไตรรงค์เปิดเผยเพิ่มเติมถึงกรณีที่ทางการเมียนมาได้ดำเนินการปราบปราม “เคเคปาร์ค” แหล่งกบดานของแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ และมีบางส่วนหลบหนีเข้ามาในฝั่งไทยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พล.ต.อ.ธนา และ พล.ต.ท.จิรภพ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการคัดแยกผู้หลบหนีว่าเข้าข่ายเหยื่อค้ามนุษย์ หรือเป็นผู้ร่วมขบวนการ โดยมีศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้าในพื้นที่ทำหน้าที่ประสานงานหลัก ภายใต้การกำกับของกระทรวงมหาดไทย

ทั้งนี้ ได้จัดกำลังจากตำรวจตรวจคนเข้าเมืองและตำรวจกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์​หรือ​ ปคม. และตำรวจไซเบอร์ร่วมลงพื้นที่ เพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลและตรวจสอบประวัติผู้หลบหนีอย่างละเอียด จากข้อมูลเบื้องต้นยังไม่พบว่ามีคนไทยหลบหนีจากเคเคปาร์คกลับมาในรอบนี้ ส่วนใหญ่เป็นชาวจีนมากที่สุด รองลงมาคือชาวอินโดนีเซีย และเวียดนาม ซึ่งทำงานเป็นแรงงานสแกมเมอร์ หลอกลวงเหยื่อที่มีสัญชาติเดียวกันในระบบข้ามชาติ

Advertisement

ส่วนกรณีสื่อเกาหลีใต้รายงานว่า ขบวนการสแกมเมอร์ชาวเกาหลีใต้บางกลุ่มได้ย้ายฐานปฏิบัติการเข้ามาในประเทศไทยนั้น พล.ต.ท.ไตรรงคกล่าวว่า ผบ.ตร.ได้สั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยด่วน พร้อมยืนยันว่าการตั้งฐานถาวรในไทยเป็นไปได้ยาก เนื่องจากตำรวจมีมาตรการเข้มงวดและสามารถตรวจจับได้ง่ายกว่าในประเทศเพื่อนบ้าน​ ยืนยีนไทยจริงจังกับการสืบสวน ปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์มาโดยตลอด ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าตำรวจไทยไม่ปล่อยปละละเลย และจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับผู้กระทำผิดทุกกลุ่ม