พยัคฆ์ไพร ยึดไม้สักเถื่อน 3,200 แผ่น พร้อมใบอนุญาตปลอม ขนจากชายแดน ทำรัฐสูญ 3.3 ล้าน

24.10.25 | 22:45 น.

พยัคฆ์ไพร ยึดไม้สักเถื่อน 3,200 แผ่น มูลค่า 3.3 ล้าน พร้อมใบอนุญาตปลอม ขนจากชายแดนมุ่งหน้าภาคตะวันออก

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม หน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) กรมป่าไม้ พบความเคลื่อนไหวของขบวนการลักลอบค้าไม้ข้ามชาติในพื้นที่อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก หลังสายข่าวที่แฝงตัวในพื้นที่แจ้งข้อมูลพบรถบรรทุกพ่วงขนไม้จากชายแดนไทย-เมียนมา มุ่งหน้าภาคตะวันออก เตรียมส่งออกนอกประเทศ เจ้าหน้าที่จึงใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และนำกำลังบางส่วนติดตาม กระทั้งรถคันดังกล่าวเข้ามาจอดภายในโรงงานแห่งหนึ่งท้องที่อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา จึงเข้าแสดงตัว พบภายในรถ บรรทุกไม้สักเต็มคันกว่า 3,200 แผ่น เบื้องต้นจากการตรวจสอบเอกสารคาดว่าเป็นเอกสารปลอม จึงได้ตรวจยึดไม้ทั้งหมด พร้อมแจ้งความเอาผิดกับผู้เกี่ยวข้องทั้งขบวนการ

ปฏิบัติการครั้งนี้นำโดย นายชาญชัย กิจศักดาภาพ ผู้อำนวยการส่วนปฏิบัติการพิเศษ หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) กรมป่าไม้ นำกำลังเฝ้าติดตามรถบรรทุกพ่วงต้องสงสัย จากพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา บริเวณพื้นที่อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก หลังได้รับการยืนยันจากสายข่าวที่แฝงตัวในพื้นที่ ระบุว่าจะมีการขนไม้สักจำนวน 3200 แผ่น ส่งออกไปยังต่างต่างประเทศผ่านทางภาคตะวันออกของประเทศไทย

Advertisement

ล่าสุด วันนี้ (24 ต.ค.68) เจ้าหน้าที่ได้ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และนำกำลังบางส่วนติดตามรถบรรทุกพ่วงคันดังกล่าว กระทั้งเข้ามาจอดภายในโรงงานแห่งหนึ่งในตำบลบางขวัญ อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา เจ้าหน้าที่ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่จากหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) เจ้าหน้าที่ส่วนยุทธการด้านป้องกันและปราบปราม เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 9 สาขาปราจีนบุรี และเจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 1 ภาคกลาง เข้าแสดงตัวพร้อมควบคุมตัวคนขับรถเพื่อสอบถามข้อมูล อ้างว่าเป็นพนักงานของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ในพื้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยได้รับมอบหมายให้ไปบรรทุกไม้จากริมน้ำเมย พื้นที่อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก ตั้งแต่ 21 ตุลาคม 2568 จนขนขึ้นรถเสร็จสิ้นวันที่ 23 ตุลาคม 2568 จึงได้ออกเดินทางมายังพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทราตามที่ได้รับมอบหมาย ส่วนรายละเอียดอื่นๆไม่ทราบ

เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจสอบภายในรถพบไม้สักแปรรูปจำนวนมาก จึงได้ตรวจสอบเอกสารการได้มาของไม้ พบข้อพิรุธหลายประการ โดยเฉพาะจำนวนไม้และขนาดของไม้สักแปรรูปที่ตรวจพบ ไม่สอดคล้องกับเอกสารที่นำมาแสดง ซึ่งเมื่อดูจากลักษณะของไม้ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าไม่น่าจะเป็นไม้ที่ได้มาจากสวนป่า เนื่องจากไม้มีลักษณะเป็นแก่นไม้ทั้งหมด และมีลวดลายของวงปีที่มีความละเอียดสูงมาก ขณะเดียวกันพบว่าแหล่งที่มาของไม้ ซึ่งอ้างว่ามาจากที่ดินกรรมสิทธิ์ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี จังหวัดนครพนม จังหวัดหนองคาย และจังหวัดลำปาง แต่จากคำให้การของคนขับรถบรรทุก เป็นไม้ที่ขนมาจากริมแม่น้ำเมยทั้งหมด

เจ้าหน้าที่จึงร่วมกันตรวจยึดรถบรรทุกพ่วง พร้อมกับไม้สักแปรรูปกว่า 3,200 แผ่น ปริมาตรประมาณ 28 ลูกบาศก์เมตร คิดเป็นค่าเสียหายของรัฐประมาณ 3,360,000 บาท นำเรื่องราวแจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนกองกับกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งขบวนการ ในฐานความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 48 ประกอบมาตรา 73 และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 264 ฐานปลอมเอสารอันเป็นเท็จ