เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 27 เมษายน ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เป็นประธานการประชุมแนวทางหารือมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน หรือแชร์ลูกโซ่ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เช่น พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล รองอธิบดีดีเอสไอ พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผู้บัญชาการสำนักคดีการเงินการธนาคาร ดีเอสไอ ผู้แทนจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กรมบังคับคดี กรมสรรพากร และกรมเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง
พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า ตามที่นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง(รมว.)ยุติธรรม ได้ให้นโยบายแก่ดีเอสไอดำเนินการในการป้องกันและมาตราการในเชิงรุกเกี่ยวกับแชร์ลูกโซ่ ซึ่งดีเอสไอก็เป็นผู้ที่รับคดีมาดำเนินการส่วนหนึ่ง โดยทางรมว.ยุติธรรม และนายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ต้องการให้ดีเอสไอมีการบูรณาการกับหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง โดยการประชุมในวันนี้จะมีการหาข้อสรุปว่าแต่ละหน่วยงานต้องการเพิ่มเติมอะไรหรือไม่ และจะมีข้อเสนอแนะอย่างไร ทั้งนี้ ปัจจุบันการแพร่ระบาดหรือการกระทำผิดเกี่ยวกับแชร์ลูกโซ่มีจำนวนมาก โดยเฉพาะกรรมวิธีของผู้หลอกลวง
พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา จะได้เห็นได้จากแชร์แม่ชม้อย แชร์น้ำมัน แชร์ฌาปนกิจสงเคราะห์ และแชร์ล็อตเตอรี่ แต่ท้ายที่สุดการหลอกของแชร์เหล่านี้คือการทำแผนการตลาดมาหลอกลวงประชาชน โดยส่วนใหญ่จะให้ผลตอบแทนสูงกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ และต้องหาสมาชิกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งการหาสมาชิกใหม่นั้น ก็เพื่อเอาเงินมาจ่ายให้กับสมาชิกเก่าลักษณะเป็นแชร์ลูกโซ่ อีกส่วนหนึ่งคือสินค้าบริการไม่มีจริง ดังนั้น สิ่งที่คณะกรรมการพยายามร่วมกันหารือนั้น คือมาตรการเชิงรุกเราจะทำอย่างไร เพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจและไม่ตกเป็นเหยื่อนของแชร์ลูกโซ่ ก่อนจะนำข้อสรุปเสนอปลัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อประชุมคณะกรรมการใหญ่อีกครั้งต่อไป

อธิบดีดีเอสไอ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้กำลังหารือกับสคบ.ด้วยว่า ส่วนหนึ่งของแชร์ลูกโซ่มีการนำแผนการตลาดมานำเสนอว่ามีสินค้าและบริการตามที่ยื่นจดทะเบียนกับสคบ.ไว้แล้ว แต่ส่วนใหญ่ของแชร์ลูกโซ่ก็ไม่ได้ทำตามนั้น หรือใช้แผนการตลาด ก่อนจะเปลี่ยนแผนการตลาด ดังนั้น สิ่งที่ดีเอสไอพยายามหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือการเปิดช่องทางให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ และเราพยายามพัฒนาแอพพลิเคชั่น เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าไปสอบถามกับเจ้าหน้าที่ผ่านช่องทางเหล่านี้ได้ว่าลักษณะแบบนี้เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่หรือไม่ เนื่องจากที่ประชุมได้ให้ความสำคัญกับมาตรการป้องกันมาก เพราะหากปล่อยให้เกิดความเสียหายแล้ว และค่อยไปตามจับตัวผู้ต้องหา แม้ว่าจะสามารถจับกุมได้ แต่ทรัพย์สินบางอย่างก็มีการถ่ายโอนออกไปที่อื่นแล้ว
“ประชาชนส่วนใหญ่รู้ว่าเป็นแชร์ลูกโซ่ แต่ก็ขอเข้าไปเล่นก่อน เพื่อให้ได้รับผลประโยชน์และค่อยเลิกเล่น แต่ท้ายที่สุดผมก็ขอเตือนว่าคิดว่าเข้าไปเล่นก่อนแล้วค่อยเลิก เมื่อมีการดำเนินคดีเกิดขึ้นท่านก็จะตกเป็นผู้ต้องหาด้วย เพราะท่านไปเชิญญาติพี่น้องมาเล่น ซึ่งการที่แชร์ลูกโซ่มีความเสียหายเยอะ เพราะคนที่ไปชักชวนให้เล่นเป็นผู้คุ้นเคยกัน มาร่วมลงทุน จึงอยากเตือนว่าห้ตรวจสอบก่อน อะไรที่ได้ผลประโยชน์เกินจริงมันเป็นเรื่องผิดกฎหมาย และไม่อยากให้โลภ เมื่อเห็นผลตอบแทนก็ขอให้ตรวจสอบให้ดีก่อน” พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าว

