มูลนิธิกระจกเงา ยื่นข้อมูลให้โฆษกป้องกันการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ช่วย 144 คนไทยถูกหลอกไปเป็นสแกมเมอร์ที่ประเทศเพื่อนบ้าน
เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มูลนิธิกระจกเงา ได้มายื่นข้อมูลเกี่ยวกับคนหายที่ทางญาติ แจ้งว่า ถูกหลอกไปเป็นสแกมเมอร์ที่ประเทศเพื่อนบ้าน ต่อ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ป้องกันการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งแต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล โดยทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิกระจกเงา ได้เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากปัญหาสถานการณ์คนหายที่ถูกล่อลวงสู่อาชญากรรมข้ามชาติ ที่เชื่อมโยงกับขบวนการสแกมเมอร์ บัญชีม้า และการค้ามนุษย์ยุคใหม่

โดยตลอดปี 2568 มูลนิธิกระจกเงา รับแจ้งคนหายที่ถูกพาไปเป็นสแกมเมอร์ ยังประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งเปิดบัญชีม้า แก๊งคอลเซ็นเตอร์ แก๊งหลอกให้ลงทุนกว่า 119 ราย อายุเฉลี่ย 26 ปี โดยในจำนวนนี้เป็นชาย 73 ราย หญิง 46 ราย รวมทั้งมีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ถึง 18 ราย อายุน้อยสุดเพียง 15 ปีและผู้สูงอายุอายุมากสุด 65 ปี
เจ้าหน้าที่มูลนิธิกระจกเงา กล่าวต่อว่า สถานการณ์ตอนนี้แม้มีการปิดชายแดนกัมพูชา แต่ยังมีการหลั่งไหลไปของคนไทยที่ถูกหลอกชักชวนไปทำงาน เมื่อข้ามแดนไปแล้วถูกกักขังในสถานที่ปิด ยากที่จะหลบหนี หากไม่ยอมทำงานอาจไม่ปลอดภัยหรือถูกส่งไปที่อื่น การขาดเสรีภาพเช่นนี้ คือ การบังคับใช้แรงงานโดยสภาพ นี่คือการค้ามนุษย์ยุคใหม่ ที่ไม่ต้องใช้การล่ามโซ่ เฆี่ยนตี เป็น “ช่องเทา” ที่บังคับและควบคุมเสรีภาพอย่างแนบเนียนให้ไปทำสิ่งผิดกฎหมาย หลอกลวงคนอื่นอีกทอด ซึ่งเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ

โดยขณะนี้มีคนหายที่มูลนิธิกระจกเงา รับแจ้งเหตุ อีก 25 รายที่ยังไม่ได้กลับประเทศไทย และกำลังรอความช่วยเหลือ วันนี้ได้ได้ยื่นหนังสือให้ทางคณะอนุกรรมการฯ ได้ทราบข้อเท็จจริงและติดตามกรณีเด็กหญิง 16 ปี ถูกชักชวนให้ทำงานในโลกออนไลน์ แต่ถูกหลอกพาไปทำงานสแกมเมอร์ยังประเทศเพื่อนบ้าน
ทั้งนี้ทางมูลนิธิได้รับการร้องทุกข์จากมารดาของน้องฟ้า (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี ซึ่งลูกสาวหายตัวไป จากการที่เด็กเห็นประกาศรับสมัครงานในโลกออนไลน์เป็นงานแพ็คสินค้า โดยมีโรงงานอยู่ที่ จ.สระแก้ว จึงได้ไปทำงานกับแฟน อายุ 22 ปี ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2568 ต่อมาเด็กได้โทรมาขอความช่วยเหลือ บอกว่าถูกหลอกมาทำงานที่ประเทศกัมพูชา มารดาจึงไปแจ้งความลูกหายที่ สภ ปากเกร็ด จ.นนทบุรี และแจ้งเรื่องมายังมูลนิธิกระจกเงา โดยมารดาแจ้งว่า น้องฟ้าโทรมาร้องไห้ ขอความช่วยเหลือแต่ยังบอกสถานที่ทำงานไม่ชัดเจน และไม่รู้ว่าเด็กหายจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร โดยล่าสุดที่ติดต่ดได้ เด็กแจ้งว่าหากจะกลับประเทศไทย ครอบครัวต้องโอนเงินค่าไถ่ตัวเป็นจำนวน 60,000 บาท และอยากให้พล.ต ทไตรรงค์ ได้ช่วยติดตามคนไทยที่ยังติดอยู่ในแก๊งสแกมกลับมา

ด้านพล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวหลังจากได้รับหนังสือจากมูลนิธิฯว่า ตนในฐานะประธานอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ป้องกันการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งแต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ก็จะส่งเรื่องให้หน่วยงานที่้เกี่ยวข้องตรวจสอบ พร้อมนำข้อมูลคนหายที่ได้รับจากมูลนิธิกระจกเงา ไปดำเนินการต่อในการติดตาม ช่วยเหลือ
พร้อมขอเตือนคนไทยอย่าตกไปเป็นเหยื่อทำงานให้กับแก๊งสแกมเมอร์ หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หากพบเห็นประกาศรับสมัครงานที่มีการอ้างให้เงินเดือนดี มีที่พักสบาย และมีการนัดหมายในจังหวัดตามแนวชายแดน ขอให้อย่าหลงเชื่ออย่างเด็ดขาด เพื่อมีแนวโน้มสูงว่าจะถูกหลอกไปทำงานแก๊งสแกมเมอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน และหากใครหลงเชื่อขอให้กลับใจ มาแจ้งข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อจะได้เป็นเบาะแสในการกวาดล้างจับกุมต่อไป นอกจากนี้หากมีบุคคลสูญหายและมีข้อมูลบ่งชี้ว่าถูกหลอกลวงไปทำงานแก๊งสแกมเมอร์ประเทศเพื่อนบ้าน ขอให้แจ้งมาได้ที่สายด่วน 191 หรือสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599

