ตร.ไซเบอร์จับเครือข่ายหลอกลงทุนแลกเปลี่ยนสกุลเงินอายัดทัน 2.6 แสน นำคืนผู้เสียหาย
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 28 ต.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางออนไลน์ (บช.สอท.) เมืองทองธานี พล.ต.ต.ชัชปัณฑกานต์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ศิลา กาญจน์รักษ์ ผบก.สอท.5 พ.ต.อ.รชตโชค ลีวาณิชคุณ รอง ผบก.สอท.5 แถลงผลปฏิบัติการรวบเครือข่ายหลอกลงทุนแลกเปลี่ยนสกุลเงิน อายัดทัน 2.6 แสน นำคืนผู้เสียหาย
พล.ต.ต.ชัชปัณฑกานต์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีผู้เสียหายจาก จ.นครศรีธรรมราช เข้าแจ้งความว่า ถูกมิจฉาชีพใช้ภาพโปรไฟล์หน้าตาดี เพิ่มเป็นเพื่อนผ่านแอปพลิเคชันไลน์ จากนั้นได้พูดคุยกันจนเกิดความสนิทสนมและไว้ใจ
ต่อมา มิจฉาชีพ ได้เริ่มชักชวนให้ผู้เสียหายลงทุนเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนสกุลเงิน อ้างว่าจะได้ผลกำไรต่อครั้งมากถึง 25% ของเงินที่ลงทุน ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงทำตามขั้นตอนที่คนร้ายแนะนำและได้โอนเงินไปยังบัญชีธนาคารชื่อบัญชีบุคคลต่าง ๆ จำนวน 4 บัญชี รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,000,000 บาท แต่เมื่อผู้เสียหายต้องการถอนเงินลงทุนคืน กลับไม่สามารถถอนได้ จึงรู้ตัวว่าโดนหลอกลวงและได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์
เจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ได้ดำเนินการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน จนสามารถยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อออกหมายจับผู้ต้องหาจำนวน 3 ราย ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ต้นเกี่ยวข้อง โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด
พล.ต.ต.ชัชปัณฑกานต์ เปิดเผยอีกว่า นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถประสานงานธนาคาร เพื่ออายัดเงินในบัญชีธนาคารของ น.ส.มนัฐฑกรณ์ หนึ่งในผู้ต้องหาที่รับโอนเงินไว้ได้ ซึ่งผู้เสียหายได้โอนเข้าบัญชีดังกล่าวเพื่อลงทุนตามที่ถูกหลอก 1 ครั้ง เป็นเงิน 350,000 บาท โดยสามารถอายัดเงินได้ทัน 265,510 บาท และภายหลังผู้ต้องหาเข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ได้ให้ถ้อยคำว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเงินที่อายัดไว้ ไม่ขอโต้แย้งในกรรมสิทธิ์ และยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจส่งมอบเงินในบัญชีตามจำนวนดังกล่าวคืนให้แก่ผู้เสียหาย
ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 ราย อยู่ในระหว่างการไล่ล่าติดตามตัวมาดำเนินคดี และได้นำเช็คเงิน 265,510 บาท คืนให้แก่ผู้เสียหาย ตามโครงการ “MONEY Cash Back ปิดบัญชี ตามล่าม้าม้า คว้าเงินคืน”

