เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2560 เรือนจำจังหวัดชุมพร หมู่ 1 ต.บางหมาก อ.เมือง จ.ชุมพร นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร พร้อมด้วย นายกฤษฎา เดชนะ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดชุมพร ได้สนธิกำลังหน่วยงานภายนอกจาก มทบ.44 ภ.จว.ชุมพร กก.ตชด.ที่ 41 หน่วยปฏิบัติการพิเศษ กองร้อยอาสารักษาดินแดนที่ 1 จ.ชุมพร และเจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดชุมพร จู่โจมตรวจค้นเรือนจำจังหวัดชุมพรกรณีพิเศษ เพื่อป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตลอดจนสิ่งผิดกฎหมายภายในเรือนจำ ตามนโยบายปราบปรามและหยุดยั้งการแพร่ระบาดของยาเสพติดของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม โดยจัดแบ่งกำลังเข้าตรวจค้นเรือนนอนชาย 3 หลัง เรือนนอนหญิง 1 และอาคารที่ทำการ 1 หลัง เพื่อค้นหาโทรศัพท์มือถือ ยาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมาย ซึ่งเรือนจำจังหวัดชุมพร มีผู้ต้องขังทั้งสิ้น 1,584 คน แบ่งเป็นชาย 1,396 คน หญิง 172 คน
นายกฤษฎา เปิดเผยว่า การสนธิกำลังจู่โจมตรวจค้นกรณีพิเศษในครั้งนี้ กรมราชทัณฑ์มีนโยบาย 5 ก้าวย่างแห่งการเปลี่ยนแปลงกรมราชทัณฑ์ ด้วยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในเรือนจำ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายและมาตรการเร่งด่วนในการปราบปรามและหยุดยั้งการแพร่ระบาดของยาเสพติด เนื่องจากปัจจุบันขบวนการค้ายาเสพติดได้มีการลักลอบจำหน่ายในปริมาณครั้งละมากๆ เห็นได้จากการจับกุมในแต่ละครั้ง ได้ของกลางเป็นจำนวนมากขึ้น ซึ่งจังหวัดชุมพรเป็นประตูสู่ภาคใต้ หรือเป็นเส้นทางผ่านไปสู่ภาคใต้ ต้องเข้มงวดในการป้องกันการลักลอบค้ายาเสพติด จึงต้องให้ทุกหน่วยร่วมกันปฏิบัติภารกิจในเชิงรุก เรือนจำจังหวัดชุมพรเป็นหน่วยงานที่ต้องควบคุมผู้ต้องขังไว้ตามคำสั่งศาล ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ต้องขังที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เพื่อให้เรือนจำจังหวัดชุมพรเป็นเรือนจำสีขาวอย่างแท้จริง จึงกำหนดให้จู่โจมตรวจค้นกรณีพิเศษเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อหายาเสพติด โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องภายในเรือนจำอยู่เป็นประจำ ซึ่งจากการตรวจค้นในครั้งนี้ ปรากฏว่า ไม่พบยาเสพติดและโทรศัพท์มือถือแต่อย่างใด


