สาวสุดช้ำ พ่อค้าไก่ต้มน้ำปลาหลอกคบ 3 ปี สูญ 30 ล้าน ชวนลงทุนแต่เจ๊งหมด งงอยู่ๆ ผู้ชายมีรถหรูขับ

30.10.25 | 23:21 น.

สาวสุดช้ำ ร้องสายไหมต้องรอด ถูกผัวหลอกคบ 3 ปี สูญเงินกว่า 30 ล้าน


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 ตุลาคม ที่ศูนย์ประสานงาน เพจสายไหมต้องรอด ถนนวัดเกาะ เขตสายไหม กทม. มีผู้เสียหายมาร้องขอความช่วยเหลือจากเพจสายไหมต้องรอด โดย น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 41 ปี สาวสุดช้ำ ร้องเรียนกรณีถูกผัวตัวดีหลอกคบ 3 ปี สูญเงินกว่า 30 ล้าน

น.ส.เอ ​เปิดเผยว่า คบกับแฟนมาได้ 3 ปี รู้จักกันผ่านทางเฟซบุ๊ก ฝ่ายชายประกอบอาชีพขายไก่ต้มน้ำปลา ช่วงแรกคบกันได้ประมาณ 1 ปี ฝ่ายชายมักคุยถึงเรื่องอนาคต อยากสร้างครอบครัว ตนก็มีความตั้งใจจะก่อร่างสร้างตัวไปด้วยกัน จึงให้ทรัพย์สินต่างๆ แก่ฝ่ายชาย ทั้งเครื่องประดับ เสื้อผ้า และของแบรนด์เนม

Advertisement

ต่อมามีการร่วมลงทุนเพื่อให้ฝ่ายชายมีอาชีพและหน้าที่การงานที่มั่นคง จึงมอบเงินให้ไปลงทุน โรงงานกากใยมะพร้าว แต่ประสบปัญหาสินค้าไม่ได้ตามสเปกจนขาดทุน ต้องขายทรัพย์สิน ไม่ว่าจะเป็นรถแบ๊กโฮ โรงงาน รวมถึงเครื่องจักรต่างๆ

หลังจากนั้นนำเงินไปลงทุนเปิดฟาร์มเลี้ยงหมู แต่ก็ขาดทุนอีกเช่นกัน ต่อมาฝ่ายชายสนใจอยากเรียนเทรดหุ้น และให้ตนร่วมลงทุนด้วย แต่สุดท้ายก็ขาดทุนทั้งหมด

ช่วงหลังฝ่ายชายเริ่มตีตัวออกห่าง ทั้งที่ขณะนั้นฝ่ายชายกลับมีฐานะดี ขับรถหรูหลายคัน ทั้งลัมโบร์กินี ปอร์เช่ และมินิคูเปอร์ อีกทั้งยังเตรียมจะซื้อบ้านมูลค่า 20 ล้านบาท แต่ตนกลับหมดตัวจากการช่วยเหลือและลงทุนให้ฝ่ายชาย

นอกจากนี้ ยังทราบว่าฝ่ายชายมีผู้หญิงอื่นกว่า 10 คน จึงได้ทวงถามเงินที่เคยช่วยเหลือไป ฝ่ายชายจึงยื่นข้อเสนอจะทยอยคืนให้เดือนละ 200,000 บาท ซึ่งตลอด 7 เดือนที่ผ่านมาได้ส่งมาแล้วรวม 1,700,000 บาท และยังให้เงินก้อนเพิ่มอีก 1,000,000 บาท

อย่างไรก็ตาม ผู้เสียหายระบุว่า ยังมีเงินส่วนที่ค้างจากการลงทุนอีก 1,350,000 บาท ที่ยังไม่ได้รับคืน จึงมาร้องขอความช่วยเหลือ เพื่อให้ฝ่ายชายนำเงินจำนวนดังกล่าวมาคืน โดยยืนยันว่าไม่ได้ต้องการเอาชนะแต่อย่างใด แต่อยากได้เงินคืนเพื่อนำไปเริ่มต้นลงทุนสร้างชีวิตใหม่อีกครั้ง ยอมรับว่าตอนแรกที่เจอผู้ชายคนนี้ ตนเกิดความพึงพอใจและมีความรักให้เต็มที่ ไม่คิดเลยว่าจะต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้

นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ระบุว่า เรื่องของทรัพย์สินนั้นต้องเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย โดยให้ทนายความเป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบ ทั้งนี้ มีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรัพย์สินของฝ่ายชายที่มีความร่ำรวยผิดปกติ ซึ่งตนอยากให้ตำรวจจากหน่วยงาน สอท.เข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริง

พร้อมกันนี้ ยังอยากให้ฝ่ายหญิงนำข้อมูลทั้งหมดไปให้เจ้าหน้าที่ เพื่อชี้แจงที่มาที่ไปของความร่ำรวยของฝ่ายชายภายในเวลาไม่กี่ปีว่ามีที่มาจากไหน ส่วนจะมีการขยายผลว่าเกี่ยวข้องกับธุรกิจผิดกฎหมายหรือธุรกิจสีเทาหรือไม่นั้น ก็เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะต้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนต่อไป