ปิดเมืองล่าสแกมเมอร์ หลังเคเคปาร์คถูกตีแตก บช.ก. ทลายแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ 24 ราย หนีซุกพูลวิลล่าไทย ซัดทอด ‘บอสจีน’ นอนโรงแรมหรูกทม.
เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.), พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ รอง ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รองผบช.ก.),พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป.) พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง แถลงผลปฏิบัติการศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ Anti Cyber Scam Center “ปิดเมือง ล่าสแกมเมอร์” รวบ 24 สแกมเมอร์ข้ามชาติ โดยมีสัญชาติฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ จีน และมาเลเซีย
โดยสามารถจับกุม ผู้ต้องได้ทั้งหมด 19 ราย ประกอบด้วย 1. Mrs.Chessy อายุ 38 ปี สัญชาติฟิลิปปินส์
2. Ms.Rose อายุ 29 ปี สัญชาติฟิลิปปินส์ ข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าว (สัญชาติฟิลิปปินส์) เข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” 3. Mrs.Jean อายุ 31 ปี สัญชาติฟิลิปปินส์ 4. Ms.Zarah อายุ 31 ปี สัญชาติฟิลิปปินส์ 5. Ms.Angela อายุ 23 ปี สัญชาติฟิลิปปินส์ 6. Mr.Jesmardale อายุ 29 ปี สัญชาติฟิลิปปินส์ 7. Ms.Aiko อายุ 31 ปี สัญชาติฟิลิปปินส์ 8. Ms.Gretchel อายุ 35 ปี สัญชาติฟิลิปปินส์
9. Ms.Joedlyn อายุ 30 ปี สัญชาติฟิลิปปินส์ 10. Mrs.Novie อายุ 36 ปี สัญชาติฟิลิปปินส์
11. Ms.Jennylyn อายุ 36 ปี สัญชาติฟิลิปปินส์ 12. Mr.Alvin อายุ 30 ปี สัญชาติฟิลิปปินส์ 13. Mr.Ricardo อายุ 30 ปี สัญชาติฟิลิปปินส์ 14. Ms.Rizaly อายุ 36 ปี สัญชาติฟิลิปปินส์ 15. Ms.Aiko อายุ 21 ปี สัญชาติฟิลิปปินส์ 16. Ms.Jovilen อายุ 35 ปี สัญชาติฟิลิปปินส์ 17. Ms.Mary อายุ 35 ปี สัญชาติฟิลิปปินส์
18. Ms.Rica อายุ 27 ปี สัญชาติฟิลิปปินส์ 19. Ms.Amgielou อายุ 27 ปี สัญชาติฟิลิปปินส์ ข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” (Overstay)

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ Anti Cyber Scam Center ได้วิเคราะห์ข้อมูลจากฐานข้อมูลบิ๊กดาต้า (bigdata) พบว่ากลุ่มสแกมเมอร์ จากองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ได้ทยอยหลบหนีจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามากบดานในประเทศไทย จึงได้สั่งการให้ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) โดย กก.2 บก.ป. เข้าทำการตรวจสอบสถานที่ต้องสงสัยในพื้นที่รอยต่อของจังหวัดสมุทรปราการ
พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ กล่าวว่า จนเมื่อวันที่ 29 ต.ค.68 ที่ผ่านมา กก.2 บก.ป. ได้นำกำลังเข้าทำการตรวจสอบ บ้านพักตากอากาศหรู (พูลวิลล่า) ในพื้นที่รอยต่อจังหวัดสมุทรปราการ พบ กลุ่มชาวต่างชาติ (สัญชาติฟิลิปปินส์ และสิงคโปร) จำนวน 22 ราย พักอาศัยในบ้านหลังดังกล่าวจริง จึงได้เชิญตัวมาที่ กก.2 บก.ป. เพื่อทำการซักถามปากคำ ตรวจสอบหนังสือเดินทางและประวัติการเข้าออกประเทศร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปคม., ฝ่ายต่างประเทศ ของศูนย์ฯ และ กก.2 บก.สส.สตม. พบว่าผู้ต้องหารายที่ 1-2 อยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และรายที่ 3-19 อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด(overstay) จึงได้ทำการจับกุมตัวกลุ่มบุคคลดังกล่าว นำส่ง บก.สส.สตม. ดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากการสอบถามปากคำ พบว่า ก่อนหน้ากลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ทำงานเป็นสแกมเกอร์ ทำงานอยู่ในเมืองเมียววดี ประเทศเมียนมา ภายหลังมีเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ประมาณวันที่ 21 ต.ค.68 ที่ผ่านมา ได้หลบหนีเข้ามาในประเทศไทย โดยหัวหน้าหรือผู้จัดการเป็นผู้เตรียมการเดินทาง เช่าบ้านพักตากอากาศหรู (พูลวิลล่า) เพื่อพักคอย ช่วงระหว่างวันที่ 27-31 ต.ค.68 ในราคาประมาณ 200,000 บาท รอเดินทางต่อไปยังประเทศกัมพูชา ต่อไป
สำหรับกลุ่มบุคคลที่พักอยู่ในวิลล่าหลังดังกล่าวอีก 3 ราย ได้แก่ Mr.Kwang Wee อายุ 44 ปี สัญชาติสิงคโปร, Mr.Reynaldo อายุ 25 ปี สัญชาติฟิลิปปินส์ และ Ms.Marfie อายุ 25 ปี สัญชาติฟิลิปปินส์ ไม่พบความผิดตามกฎหมายคนเข้าเมือง แต่จากพฤติกรรมของบุคคลดังกล่าว บก.สส.สตม. จะพิจารณาดำเนินการเสนอขอเพิกถอนวีซ่าต่อไป
นอกจากนั้น Mr.Kwang Wee ได้ให้การซัดทอดว่ายังมี กลุ่มสแกมเมอร์ระดับผู้จัดการ แอบพักอยู่ที่โรงแรมหรูใน กทม. อีกประมาณ 7 ราย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการตรวจสอบ พบ MR.CHEN KOK LOON อายุ 37 ปี สัญชาติมาเลเชีย และ Ms.LU LISI อายุ 33 ปี สัญชาติจีน จึงได้เชิญมาซักถามปากคำ พบว่ามีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์จริง จึงดำเนินการเสนอขอเพิกถอนวีซ่าต่อไป

ส่วน MR.LOH อายุ 55 ปี สัญชาติมาเลเชีย, MR.CHOW อายุ 32 ปี สัญชาติมาเลเชีย, MR.JONATHAN อายุ 44 ปี สัญชาติมาเลเชีย, MR.LEE อายุ 29 ปี สัญชาติมาเลเชีย, MR.YUEN อายุ 31 ปี สัญชาติมาเลเชีย สามารถหลบหนีไปได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งติดตามเพื่อมาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
โดยจากการสืบสวนขยายผล บอสของกลุ่มนี้คือ Mr.Lin สัญชาติจีน มีบริษัทสแกมเมอร์ในเมืองเมียววดี ประเทศเมียนมา จำนวน 3 บริษัท ได้เป็นบริษัท DBL1, DBL2 และ DRS ทำการออกอุบายหลอกลวง ขักชวนลงทุน โดยมุ่งเน้นหาบุคคลที่ใช้หมายเลขโทรศัพท์ของประเทศสิงคโปร์เป็นหลัก ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสืบสวนขยายผลต่อไป




