รวบหนุ่มจีน รับแลกเหรียญคริปโทเถื่อน จากกลุ่มคนไทยเครือข่ายแก๊งคอล

2.11.25 | 10:08 น.

รวบหนุ่มจีน ฟอกเงินร่วมรับแลกเหรียญคริปโทเถื่อน จากกลุ่มคนไทยเครือข่ายแก๊งคอล ผ่านนายหน้าชาวจีน 

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ รอง ผบก.น.2 ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.อัครพล โทยะ ผกก.สส.บก.น.2 ชุดสืบสวนนครบาล 2 และชุดสืบสวน สน.สุทธิสาร

ร่วมกันจับกุม นายเจิน จาง อายุ 38 ปี (MR.ZHEN ZHANG) สัญชาติจีน ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญา ที่ 6349/2568 ลงวันที่ 31 ต.ค.2568 ข้อหาสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิด ฐานฟอกเงินและร่วมกันเงิน ร่วมกันประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต และ เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน จับกุมบริเวณ ลานจอดรถชั้น 5A ห้างแห่งหนึ่งย่านพระราม 9 ถนนพระราม 9 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 1 พ.ย.2568 เวลาประมาณ 16.10 น.ที่ผ่านมา

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 1 พ.ย.68 เวลาประมาณ 12.00 น.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับ MR.ZHEN ZHANG อายุ 38 ปี สัญชาติจีน ผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าวจะมาปรากฏตัวที่บริเวณ ลานจอดรถชั้น 5A ห้างแห่งหนึ่งย่านพระราม 9 จึงเดินทางไปติดตามตัว ต่อมาเวลาประมาณ 16.10 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบชายรูปพรรณคล้าย MR.ZHEN ZHANG เดินเข้ามาบริเวณ ลานจอดรถดังกล่าวไปที่รถตู้โตโยต้า อัลพาร์ด หมายเลขทะเบียน พบ 598 กทม. เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าจับกุม

Advertisement

จากการสอบถามทราบว่าบุคคลดังกล่าวทราบว่าชื่อ ว่า MR.ZHEN ZHANG อาศัยอยู่ ถนนนิมมานเหมินทร์ ชอย 9 ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงหมายจับให้ MR.ZHEN ZHANG ตรวจดู

MR.ZHEN ZHANG ยอมรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับบุคคลตามหมายจับจริงและไม่เคยถูกจับกุมในคดีนี้มาก่อน จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา แจ้งสิทธิให้ผู้ถูกจับทราบ ผู้ถูกจับรับทราบข้อกล่าวหาและสิทธิดีแล้ว ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยผู้ถูกจับกุมไม่ประสงค์พบและปรึกษาทนายความ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งให้ น.ส.ชลธิชา นาดี ล่ามแปลภาษาเข้าร่วมการแจ้งการจับกุมในครั้งนี้ จากการตรวจสอบโทรศัพท์ของผู้ต้องหาที่ยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและการสอบถามผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบหลักฐานเป็นสลิปการโอนเงินจาก MR.ZHEN ZHANG ไปยัง MR. LI YONG จำนวนเงิน 46,000 บาท ซึ่งปรากฏในรูปถ่ายที่เจ้าหน้าที่ได้พิมพ์และให้ผู้ต้องหาเซ็นรับรองไว้ ผู้ต้องหาอ้างว่ามีความสัมพันธ์กันในลักษณะเป็นเพื่อนร่วมทำธุรกิจรับแลกเหรียญคริปโท นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบ สลิปการโอนเงินคริปโทเคอร์เรนซี ซึ่งเชื่อมโยงกับ กระเป๋าเงินดิจิทัล ที่ปรากฏในผลการสืบสวน และจากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าเป็นกระเป๋าที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มรับแลกเหรียญคริปโทเถื่อนในคดีนี้อยู่แล้ว

ต่อมา เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจค้นโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหา พบว่ามีการใช้งาน แอพพลิเคชั่น Telegram โดยชื่อกลุ่มหรือบัญชีที่ติดต่อกันนั้นขึ้นเป็น ภาษาจีน ซึ่งล่ามได้แปลความหมายว่า “บุคคลที่รับแลกเหรียญคริปโท” จากการสอบถามผู้ต้องหาผ่านล่าม ผู้ต้องหาให้การเพิ่มเติมว่า ตนไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล และไม่มีใบอนุญาตทำงานในประเทศไทย โดยเข้ามาอยู่ในประเทศด้วย หนังสือเดินทางประเภทนักศึกษา ซึ่งอ้างว่าจัดทำขึ้นที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อสอบถามถึงพฤติการณ์การกระทำความผิด ผู้ต้องหายอมรับว่า มีส่วนเกี่ยวข้องในการรับแลกเหรียญคริปโทจริง โดยทำหน้าที่แลกเหรียญกับ กลุ่มคนไทย ซึ่งภายหลังทราบว่าเป็นกลุ่มที่ได้รับเงินมาจาก เครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ผู้ต้องหาให้การเพิ่มเติมว่า ตนเองไม่ได้ถือครองเหรียญคริปโทจำนวนมาก แต่มีเพื่อนชาวจีนชื่อ MR.LI YONG ซึ่งเป็นผู้ถือเหรียญในปริมาณมาก โดยตน ไม่รู้จัก MR.LI YONG โดยตรง แต่รู้จักผ่านเพื่อนชาวจีนอีกคนหนึ่ง ซึ่งทราบว่าถูกจับกุมไปแล้วเมื่อประมาณหนึ่งปีก่อน MR.LI YONG จะเป็นผู้ติดต่อกับตนผ่านทาง แอพพลิเคชั่น Telegram โดยทุกครั้งที่มีคนไทยต้องการแลกเหรียญคริปโท MR.LI YONG จะเป็นผู้ประสานงานและแจ้งให้คนไทยติดต่อกับตนโดยตรง

จากนั้นผู้ต้องหาจะเดินทางไปพบกับบุคคลดังกล่าวเพื่อรับเงิน ซึ่งอาจเป็น เงินสดหรือเงินโอนผ่านบัญชีธนาคาร หากได้รับเป็นเงินโอน ผู้ต้องหาจะโอนต่อให้ MR. LI YONG เพื่อให้โอนเหรียญไปยัง กระเป๋าคริปโท (wallet) ที่คนไทยระบุไว้ แต่หากได้รับเป็นเงินสด ผู้ต้องหาจะนำเงินสดไปฝากเข้าบัญชีธนาคารของตนเองแล้วโอนต่อให้ MR. LI YONG เช่นกัน โดยผู้ต้องหาระบุว่า ได้รับค่าตอบแทนแต่ไม่ขอบอกว่าได้เท่าใดจากนั้นได้สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับ รถตู้โตโยต้า อัลพาร์ด หมายเลขทะเบียน พบ 598 กทม. ผู้ถูกจับแจ้งว่าตนได้ครอบครองอยู่ โดยจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดรถยนต์คันดังกล่าว เนื่องจากจากการตรวจสอบพบว่า ชื่อผู้ครอบครองรถไม่ตรงกับชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ในเอกสารทะเบียนรถ และผู้ต้องหาไม่สามารถแสดงหลักฐานการครอบครองที่มาชัดเจนได้ เจ้าหน้าที่จึงมีเหตุเชื่อว่า รถยนต์ดังกล่าว อาจเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด หรือถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน จึงได้ดำเนินการตรวจยึดและส่งมอบให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัว MR.ZHEN ZHANG นำส่งพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป